2008/Jul/19

มาอัพรูปงานรับปริญญาค่ะ
Let's see the pics of my Graduation.

(คนอื่นเขาอัพกันไปตั้งชาติเศษแล้ว อีนี่ยังดองอยู่ได้ตั้งอาทิตย์กว่าๆ  )

ก่อนอื่น ขอขอบคุณตากล้องผู้น่ารักทั้ง 3 ที่ไปถ่ายรูปให้เราทั้งในวันถ่ายรูปรวมและวันจริง
Special thanks to all my photographers :
2008/06/28 - น้ำตาล
2008/07/10 - Garnet_Til & Oden  (<< สังกัดบริษัทคิมลาสก้าโฟโต้?)

.

.

.

เริ่มจากรูปวันถ่ายรูปรวมก่อนละกัน

Sat. 2008/06/28

(ขอยืมมุขน้ำตาลมาใช้หน่อยนะจ๊ะ)

ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการสารคดี "เพื่อนร่วมจุฬาฯ"


ตามดิฉันมาสิคะ

วันนี้ ดิฉันจะพาไปพบกับ...


เหล่านกน้อยริมสระน้ำ


ตามด้วยกระรอกแสนเชื่องบนต้นไม้แถวๆนั้น

(ว่างมากรึไงเนี่ย...บัณฑิตคนนี้...   )

ไปดูรูปอย่างอื่นมั่งเหอะ ก่อนจะกลายเป็นสารคดีชีวิตสัตว์ไปจริงๆ


ใต้ร่มเงาไม้จามจุรี


ริมสระบัวที่เทวาลัยคณะอักษรศาสตร์


ไปแอ๊บแบ๊วอยู่ ณ ประตูฟุตบอล

.

.

.

ต่อไปเป็นรูปวันจริงค่ะ

Thu. 2008/07/10

คืนก่อนวันรับ เราลงทุนตื่นตั้งแต่เที่ยงคืนครึ่งเพื่อมาเตรียมแต่งตัวเลยนะ

เราแต่งหน้าทำผมเองหมด
ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากประหยัด และไม่อยากดูแก่

คนส่วนใหญ่ที่จ้างช่าง จะโดนจับโบ๊ะอย่างหนาและทำผมทรงป้าๆให้
บางรายซวย เจอช่างแต่งหน้าลงรองพื้นผิดสี ออกมาหน้าดำกว่าคอมีถมไป
ยิ่งบวกกับทรงผมตีโป่งเกล้ามวยโอเวอร์อลังการ ยิ่งดูแย่หนักเข้าไปอีก
ซึ่งเราเห็นแล้วรู้สึกว่าน่าเสียดายอ่ะ
เสียดายทั้งเงิน เสียดายทั้งความดูดีสมวัยตามธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้ เราก็เลยเลือกที่จะแต่งหน้าทำผมเองหมดค่ะ

ไหนๆก็แต่งหน้าเป็นอยู่แล้ว  (<< อันนี้ต้องขอบคุณคอสเพลย์)
เครื่องสำอางส่วนตัวก็มี
จึงไม่ต้องกังวลว่าสีรองพื้นหรือแป้งจะไม่ตรงกับผิว
เพราะเราย่อมเลือกสีมาเป็นอย่างดีแล้ว
เรื่องแต่งหน้าก็เลยสบายๆ
ที่จริงเราก็ใช้เครื่องสำอางแค่ไม่กี่อย่างเอง
เพราะอยากแต่งให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าน่ะ
วันนั้นเลยใช้แค่ รองพื้น แป้ง อายแชโดว์ อายไลเนอร์ และลิปสติก

ส่วนผม ตอนแรกก็ไดร์ตรงอย่างดี
แต่อนิจจา...เจอฝน(ที่ตกตั้งแต่เที่ยงคืนยันบ่าย)
ผมที่ไดร์ตรงไว้มันก็เลยกลับมาฟูกระเซิง
กลายเป็นดูสวยแบบธรรมชาติ(ลงโทษ)ไปเลย  (ฮา~  TTwTT )

ไปดูรูปซะทีดีกว่า


ณ เทวาลัย


(เพิ่งรู้สึกว่าตอนนั้นตัวเองทำท่าเหมือนกำลังเอาดอกม่วงโบกรถ  )


"ระหว่างดอกไม้กับฉัน อะไรงามกว่ากันจ๊ะ?   "
/ทุกคนพร้อมใจกันตอบแบบไม่ต้องคิด "ดอกไม้!"


ตอบแบบนี้ก็เอาไปอีกรูปละกัน


แอ๊บแบ๊วอีกละ


ยืมแว่นโอ๊ตมาใส่เล่น หน้าปริญญาเอกทันที
メガネ • パワー

ต่อไปเป็นรูปถ่ายกับเพื่อนๆที่ไปวันนั้น


With Oden


With Zodiac.L. , Akaru , Garnet_Til

.

.

.

แถมท้ายด้วยรูปของขวัญที่เราได้มาในระหว่างวันที่ 10-11
And these are gifts I got in two days...


สีชมพูมหาศาลบานตะไท
Lots of pink things!

Pink is the symbol color of my university.

You can see more information of my university here :
Chulalongkorn University
チュラーロンコーン大学

See you next entry!

2008/Jul/10

I went to the Graduation ceremony at my university today.

I was really nervous then, but it went well anyway.

There's also the ceremony tomorrow for some other faculties.  I'll go to take pictures with my friends in other faculties too.

I'll put the pictures in the next entry.


วันนี้เราเพิ่งรับปริญญามาค่ะ

ก็ตื่นเต้นพอสมควร แต่พิธีรอบเช้าก็ผ่านไปด้วยดี

แอบเสียดายที่อากาศไม่เป็นใจ ฝนตกตั้งแต่เที่ยงคืนเมื่อคืนยันบ่ายวันนี้เลยทีเดียว

แต่เอาเถอะ นั่นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการอัพบล็อกครั้งนี้

.

.

.

แน่นอนว่าในช่วงเวลาแบบนี้ กิจกรรมหลักของคนที่ไปร่วมงานก็คือการถ่ายรูป

ท่านผู้อ่านอาจจะไม่เคยคาดคิดว่าการถ่ายรูปในวันรับปริญญาจะมีอันตรายอะไรใช่มั้ยคะ? 

เรามีเรื่องอยากจะเล่าสู่กันฟังและเตือนเพื่อนๆที่กำลังจะรับปริญญาให้ระวังกันเอาไว้ค่ะ

มันเป็นเรื่องที่เราและเพื่อนต่างคณะได้ประสบมา ทั้งในวันถ่ายรูปและวันรับจริง 

.

เรื่องแรก : ตากล้องโรคจิตในงานรับปริญญา

เดี๋ยวนี้ตากล้องโรคจิตไม่ได้มีแค่ตามงานคอสหรืองานที่มีพริตตี้แล้วนะคะ
แม้แต่งานรับปริญญายังมีตากล้องโรคจิตไปก่อกวนเลยค่ะ!

อันนี้เพื่อนเราเป็นคนเจอเมื่อวันถ่ายรูปหมู่ค่ะ เป็นเพื่อนผู้หญิงที่อยู่คนละคณะกับเรา

คือเพื่อนเราจ้างตากล้องไปเอง แล้วในวันนั้นหลังจากขึ้นสแตนด์ถ่ายรูปรวมคณะเสร็จ เพื่อนเราก็ไปหามุมสวยๆในมหาลัยถ่ายรูป โดยไปกับตากล้องที่เขาจ้างไป และกลุ่มเพื่อนผู้หญิงอีกแค่ไม่กี่คน

ระหว่างที่เพื่อนเรากำลังถ่ายรูปอยู่นั้น อยู่ดีๆก็มีตากล้องแปลกหน้าคนหนึ่งแอบซูมถ่ายรูปเขาจากระยะไกล จากนั้นก็คอยเดินตามถ่ายรูปกลุ่มเขาตลอดเลย  ถึงแม้ว่าจะเดินหนีไปที่อื่น มันก็ยังเดินตามถ่ายรูปแบบไม่มีเกรงใจ

ตากล้องแปลกหน้าดังกล่าวเป็นผู้ชาย อายุน่าจะราวๆ 40-50 ปี มาคนเดียว ลักษณะท่าทางแต่งตัวดี และมีกล้องชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นกล้องของระดับมืออาชีพ

เพื่อนเราก็กลัวนะ เลยขอร้องให้พี่ตากล้องที่เขาจ้างมาช่วยไล่มันไปที ซึ่งเขาก็ทั้งด่าทั้งไล่ แต่ไอ้บ้านั่นก็ยังแอบตามอยู่ห่างๆอยู่ดี เพื่อนเราเลยรีบพากันเดินไปที่ตึกคณะที่ใกล้ที่สุดซึ่งมียามอยู่เพื่อแจ้งยามเอาไว้ มันถึงได้หนีไป 

มันคงเห็นว่ากลุ่มเพื่อนเรามีแต่ผู้หญิง มีผู้ชายอยู่แค่คนเดียวคือพี่ตากล้องที่เพื่อนเราจ้างมาเท่านั้น แถมไม่มีผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองอยู่ด้วย มันเลยมาตามถ่ายรูป ซึ่งก็ไม่รู้จุดประสงค์ของมันเหมือนกันว่าจะแอบถ่ายไปทำอะไร

เพื่อนๆผู้หญิงคนไหนเจอคนลักษณะดังกล่าวมาตามถ่ายรูปก็ระวังไว้นะคะ

ทางที่ดีคือ...

  1. อย่าไปหามุมถ่ายรูปในที่ที่เปลี่ยวหรือปลอดคนจนเกินไป (ถึงแม้ว่าจะอยู่ในมหาลัยตัวเองแถมเป็นเวลากลางวันแสกๆก็เถอะ) 
  2. ถ้าเจอตากล้องแปลกๆลักษณะนี้มาแอบตามถ่ายรูป พยายามอย่าให้มันถ่ายติดหน้าเราไปได้เพราะมันอาจจะเอาไปตัดต่ออะไรเสียๆหายๆ
  3. ถ้าเจอ ควรรีบแจ้งยามของมหาวิทยาลัยให้เร็วที่สุด

.

เรื่องที่สอง : ถ่ายรูปเพลินระวังของหาย

อันนี้เราเห็นมากับตาตัวเองวันนี้เลยค่ะ

ตอนเย็นวันนี้ ช่วงที่เรากับเพื่อนใกล้จะแยกย้ายกันกลับ พวกเราก็ได้มาถ่ายรูปกันที่บริเวณริมสระน้ำ

แน่นอนว่าเวลาถ่ายรูป คงไม่มีใครสามารถหอบสัมภาระทั้งหมดติดตัวไว้ได้ตลอดเวลา

สิ่งที่เราจะได้เห็นก็ไม่ต่างจากตามงานคอสนั่นแหละ คือการวางของทิ้งไว้ แล้วเจ้าตัวก็ไปถ่ายรูป

ถ้ามีเพื่อนคอยช่วยเฝ้าของให้ก็ดีไป แต่ถ้าเกิดไปถ่ายรูปกันเพลินจนวางของทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้า มันก็อันตรายเหมือนกันนะคะ

ตอนที่กำลังยืนอยู่แถวๆริมสระน้ำ เราเห็นมีคนวางกองกระเป๋าเอาไว้แถวๆใต้ต้นไม้ แต่เจ้าตัวหายไปไหนไม่รู้ (คาดว่าคงกำลังไปถ่ายรูปอยู่แถวๆรอบๆสระน้ำนั่นแหละ) แล้วก็ไม่มีใครคอยเฝ้าของซะด้วย

สักพัก ก็มีคนเดินลากกระสอบใบนึงมาตามทางเดินรอบสระน้ำ

ตอนแรกเราเห็นเขาก้มเก็บขวดน้ำพลาสติกที่มีคนทิ้งไว้แถวๆนั้นใส่กระสอบ เราก็นึกว่าคงเป็นพนักงานเก็บขยะมั้ง แต่พอดูจากลักษณะการแต่งตัวปอนๆ(เหมือนคนจรจัดที่อาศัยนอนตามข้างทางน่ะ)ก็คิดว่าคงไม่ใช่พนักงานเก็บขยะ แต่อาจจะเป็นพวกเก็บขวดขาย ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก

แต่แล้ว...พอเขาเดินผ่านไปถึงกองกระเป๋าที่ทีคนวางทิ้งไว้แถวใต้ต้นไม้ สิ่งที่เราเห็นแล้วตกใจมากคือ...เขาก้มลงไปเปิดกระเป๋าแล้วหยิบขวดน้ำที่อยู่ในกระเป๋าใบนึงในนั้นออกมาค่ะ

ขอย้ำว่า หยิบออกมาจากกระเป๋า เลยนะคะ

จะว่าเป็นคนเก็บขวดขาย ก็ไม่น่าจะไม่รู้หรอกนะว่าขวดน้ำที่ยังไม่หมดแถมยังอยู่ในกระเป๋าของคนอื่นเนี่ย...มันยังไม่ได้ถูกทิ้งเป็นขยะแน่ๆ

แต่รายนี้ แค่เห็นคอขวดโผล่ออกมาจากกระเป๋าที่วางอยู่ตรงนั้น ก็เปิดกระเป๋าแล้วหยิบขวดเฉยเลย...

พอดีมีคนกลุ่มใหญ่เดินผ่านตรงนั้น มนุษย์เก็บขวดที่ว่านี่ก็เลยรีบเดินผละจากกองกระเป๋าตรงนั้นไปที่อื่น

คิดในแง่นึง เขาอาจจะสติไม่ดี แค่เห็นขวดก็เก็บไปหมด ก็เป็นได้

แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ?

ถ้าไม่มีคนเห็นหรือไม่มีคนกลุ่มใหญ่เดินผ่านตรงนั้นพอดี การที่เขาจะหยิบเอาของอย่างอื่น(เช่นกระเป๋าเงินหรือมือถือ)ไปจากกระเป๋าที่ไร้คนเฝ้านั้นก็เป็นไปได้ใช่มั้ย?

เพราะงั้น...ทางที่ดีอย่าประมาททิ้งของไว้ห่างตัวเลยค่ะ ถ้าจำเป็นต้องวางทิ้งไว้ก็ควรจะให้เพื่อนหรือญาติสักคนช่วยเฝ้าไว้นะคะ

.

.

.

ปัญหาพวกนี้ แค่เจอในงานคอสก็เซ็งจะตายอยู่แล้ว ดันมาเจอในงานรับปริญญาอีกเว้ย

สรุป ยังไงก็ระวังเอาไว้เป็นดีที่สุดค่ะ


พรุ่งนี้ว่าจะไปถ่ายรูปกับเพื่อนคณะอื่นที่รับพรุ่งนี้แหละ

ส่วนรูปงานรับปริญญา คงได้เอามาอัพรวบยอดเอนทรี่หน้าเลยมั้ง 

ว่าแล้วก็ไปนอนก่อนล่ะนะคะ 

See you next entry.