Drama

วันนี้เราเพิ่งไปสอบจบคอร์ส Acting B ที่ Bangkok Drama มา

ตามตารางคือคลาสจะเริ่ม 9 โมง ปกติเราจะตื่น 7 โมง แต่วันนี้เรารีบตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อมาแต่งหน้า+ไดร์ผม ตอนแรกก็คิดว่าจะแต่งตัวไปเลยดีมั้ย แต่นึกไปนึกมา..อย่าดีกว่า ไม่อยากเดินไปขึ้นแท็กซี่ทั้งชุดราตรีสีแดงแจ๊ดแบบนั้น แถมพอถึงแล้วยังต้องผ่านด่านยาม+พนักงานทำความสะอาดที่ตึกมาลีนนท์อีก ก็เลยตัดสินใจขนชุดไปเปลี่ยนที่นั่น

พอไปถึง เราก็รีบเปลี่ยนชุด ขอบอกว่าตอนเราเดินออกมาจากห้องน้ำนี่โคตรอายเลยโดนเพื่อนๆร่วมคลาสแซวกระจาย -///-

เราได้ถ่ายรูปกับเพื่อนๆในคลาสไว้เป็นที่ระทึก...เอ๊ย! ที่ระลึก ด้วย

รูปหมู...เอ๊ย! รูปหมู่
ถ้าภาพมืดไปก็ขออภัยด้วย ตรงนั้นมันมีแต่ไฟตาแมว พยายามปรับรูปสุดๆแล้วนะเนี่ย

Triple ธันยา
เรา พี่แหม่ม พี่ไผ่ รับบทเป็น "ธันยา" ในชุดราตรีสีแดง (แต่เล่นคนละซีน)

ได้เริ่มสอบจริงๆตอนประมาณ 10 โมงกว่า ก็ไปสอบรวมกับอีกห้องนึงเหมือนคอร์สที่แล้ว แต่พอได้เห็นจำนวนกรรมการคุมสอบแล้วถึงกับตะลึง เฮ้ย! ทำไมคราวนี้มีกรรมการคุมสอบตั้ง 7 คนล่ะ?! =[]=!!

ว่าแล้วการสอบก็เริ่มขึ้น โดยใครจะได้สอบก่อนหรือหลังนั้นขึ้นอยู่กับการจับฉลากของกรรมการคุมสอบ

เมื่อวานเราก็ค่อนข้างตื่นเต้นนะ กลัวทำได้ไม่ดีกลัวสอบไม่ผ่าน กลัวนู่นกลัวนี่ไปหมดเพราะการสอบครั้งนี้จะมีผลต่อการเรียนคอร์สต่อไป แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆคือพอเราได้แต่งตัวเป็นธันยาแล้วก็รู้สึกฮึดขึ้นมา ไม่รู้ความมั่นใจมาจากไหนเยอะแยะ (<< เรามันเป็นพวกเข้าทรงได้เมื่อใส่ Costume น่ะ คือจะเหมือนมีองค์ลงแล้วกลายเป็นคาแรคเตอร์นั้นๆไปเลย แต่ก็ไม่ถึงกับทำได้ทุกครั้งหรอกนะ)

ถึงจะได้ซ้อมกับคู่แค่ไม่ถึงสิบครั้ง แต่เราก็มั่นใจว่าจำบท+คิวได้แม่นแล้ว ที่เหลือก็แค่เล่นให้เป็นธรรมชาติที่สุด เพราะงั้นเราเลยนั่งลุ้นอยากให้กรรมการเรียกออกไปสอบเร็วๆ จะได้รีบขอกลับก่อนแล้วไปคณะต่อเพราะวันนี้ละครคณะเรามี Photo Call (นัดถ่ายรูปนักแสดง)

พอถึงตาคู่เรา เราก็เข้าไปในฉาก จัดของประกอบฉากให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะเริ่มแสดง

ด้วยความที่คิดว่า "ใส่ชุดนี้ ไหนๆก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ขอเต็มที่เลยละกัน" ว่าแล้วเราก็เริ่มดำเนินเรื่องในฐานะที่เป็นตัวละครชื่อ "ธันยา" สาวใหญ่ที่เบื่อหน่ายสามีตัวเองเลยคิดจะคบชู้กับเด็กหนุ่มชื่อ "พิชิต" เธอก็เลยวางแผนขออาศัยบ้านเพื่อนเป็นที่ชวนพิชิตมาดินเนอร์เพื่อจะได้ถือโอกาสสร้างความสัมพันธ์กัน

เราเล่นคู่กับเพื่อนร่วมคลาสชื่อพี่บอล ซึ่งตอนเล่นเราก็เต็มที่จริงๆ พี่บอลก็รับ-ส่งกับเราได้ดีมากๆ คู่เราเลยเล่นได้ลื่นไหลไม่มีติดขัดเลย รู้สึกว่าทำได้ดีกว่าที่เคยซ้อมกันมาอีก

พอสอบเสร็จ เราแทบกรี๊ดด้วยความดีใจ เข้าใจเลยว่า "ยกภูเขาออกจากอก" มันเป็นยังไง และเท่าที่เราสังเกตปฏิกิริยาของกรรมการคุมสอบและเพื่อนๆในห้องหลังจากที่เราเล่นเสร็จ ก็ดูเหมือนว่าการแสดงของคู่เราคงจะเป็นที่น่าพอใจในระดับนึงล่ะ(มั้ง)

ตอนนี้สบายใจแล้วล่ะ เราได้ทำเต็มที่แล้ว ผลสอบจะออกมาเป็นยังไงไม่รู้ แต่เราก็แอบหวังว่าน่าจะผ่านนะ

ทีนี้ก็ถึงเวลาต้องมารับมือกับศึกมิดเทอมบ้างล่ะ ถึงจะต้องซ้อมละครหนักแค่ไหนเราก็จะสู้! จะตั้งใจทำให้เต็มที่เลย พอสอบเสร็จ+จบละครเมื่อไหร่จะได้ไปคอสได้อย่างสบายใจไงล่ะ >_<

ทั้งการเรียนในวันจันทร์และของวันนี้เป็นเรื่อง Improvisation = การด้นสด ล้วนๆ

การด้นสดนี้ก็คือการแสดงสดๆเดี๋ยวนั้นทันทีที่ได้รับเงื่อนไขในการแสดง ประมาณว่าได้โจทย์ให้แสดงอะไรก็ต้องเล่นทันทีเลยน่ะ

ของวันจันทร์ เนื่องจากทั้งสองห้องมีคนขาดเรียนเยอะเพราะเป็นวันเปิดเทอม+รถติด ครูเลยให้เรียนรวมห้องกัน แล้วให้ออกมาเล่นทีละคน โดยจะมีโจทย์ให้เลือกเป็นหมายเลขข้อ ให้สุ่มเลือกมาข้อนึงแล้วครูจะอ่านโจทย์ให้ฟัง

เราเลือกข้อ 3 ได้โจทย์ว่า "กำลังจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่ชั้น 15 ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ลิฟต์ดันไปค้างอยู่ที่ชั้น 13 ซึ่งเป็นที่เก็บศพที่มืดมากและมีผีด้วย เราต้องการหนีออกจากที่นี่ให้ได้ แต่มีอุปสรรคคือความมืดและความกลัวผี"

เราเริ่มเล่นตั้งแต่ตอนขึ้นลิฟต์ไป จนกระทั่งลิฟต์ค้าง เราก็กดปุ่ม Emergency Call ในลิฟต์แต่มันไม่ทำงาน เรากดซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยความหงุดหงิด อยู่ดีๆประตูลิฟต์ก็เปิดออกเองที่ชั้น 13 พอเราโผล่ออกไปดูแล้วเห็นว่าเป็นชั้นเก็บศพก็ตกใจกลัวหน้าเริ่มเสีย แต่ในเมื่อลิฟต์ใช้การไม่ได้ หนทางเดียวที่จะหนีออกไปได้ก็คือต้องใช้ทางหนีไฟเท่านั้น เราต้องคลำทางไปในความมืดเพื่อหาทางหนีไฟให้เจอ ระหว่างนั้นก็โดนผีหลอกเล็กน้อยเช่นมีอะไรวูบๆผ่านไป เราตกใจกลัวมากจนต้องทรุดตัวลงนั่งสวดมนต์ แล้วก็ต้องทำใจกล้าพยายามคลำหาทางต่อไป จนในที่สุดเราก็เจอทางหนีไฟและหนีออกไปจากชั้น 13 ได้

หลังเล่น ครูจะ comment ทีละคนเลย โดยชี้ให้เห็นทั้งจุดดีและจุดด้อยของแต่ละคน

ของเรา ครูบอกว่าจุดดีของเราคือสมาธิ เราเล่นได้ไม่หลุด แล้วก็เล่นได้สมจริงมากตลอดช่วงที่อยู่ในความมืดและอาการกลัวผี(<< อันนี้ต้องขอบคุณประสบการณ์ตรงจากโรงละครคณะอักษรศาสตร์นะเคอะ *_* ) แต่ข้อเสียของเราคือช่วงแรกๆที่อยู่ในลิฟต์ยังดูไม่ค่อย active เท่าไหร่

การเล่น Improvisation นี้ จะต้องดึงเอาทักษะการเรียนทั้งหมดที่เคยเรียนมาก่อนหน้านี้มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมาธิ จินตนาการ จุดมุ่งหมายแรงกระตุ้น การเคลื่อนไหวร่างกาย การใช้เสียง ฯลฯ


ส่วนของวันนี้ กิจกรรมก็ยังคงเป็นเรื่อง Improvisation เหมือนเดิม แต่ให้เล่นเป็นคู่ โดยครูได้เอาแบบฝึกหัดที่เป็นแนวข้อสอบมาให้ลองเล่นกัน

มีรอบนึงเราเล่นกับกิ๊ฟ บทแม่-ลูกทะเลาะกัน (เราเป็นลูก) ปรากฏว่าเราโดนกิ๊ฟดึงแขนซะนาฬิกาข้อมือสายหลุด+ตัวเรือนครูดข้อมือเราถลอกเลย (เล่นกันได้รุนแรงถึงอารมณ์จริงๆ อย่าเอาเยี่ยงอย่างนะคะ ^ ^" ถ้าเซฟตัวเองได้ก็ควรจะเซฟไว้)


วันศุกร์นี้ก็จะสอบจบคอร์สแล้ว อ๊าก~!! panic อ่ะ TToTT