2009/May/26

กลับมาอัพอีกรอบท่ามกลางไฟ(ลนตูด)ที่โหมกระหน่ำขึ้นทุกทีๆ

ช่วง 3 สัปดาห์ที่เราหายต๋อมไป ไม่ได้อัพบล็อกเลย
ส่วนนึงก็เพราะปั่นงาน แล้วก็ไม่รู้จะอัพอะไรด้วยน่ะ

วันจันทร์หน้าเราก็จะเปิดเทอมแล้ว
มีงานที่ต้องส่งรับเปิดเทอมอยู่ชิ้นนึง ซึ่งก็ต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จ

และนอกจากงานมหาลัยแล้ว เรายังมีฟิคกันดั้มค้างคาอยู่อีกต่างหาก

ถ้าถามว่าทำไมสปีดในการปั่นงานเราถึงได้อืดขนาดนี้
ก็ต้องขอยอมรับผิดแต่โดยดีแหละค่ะว่าเราทำไปอู้ไปอย่างมหาศาล  orz
เอาแต่นอนมั่งล่ะ แว่บไปนั่งต่อกันพลามั่งล่ะ หรือไม่ก็ไปจัดการเรื่องชุดคอส
.
.
.
แล้วเมื่อไหร่งานจะเสร็จ?!  orz

ไอ้งานถอดเทปที่ต้องส่งอาจารย์ตอนเปิดเทอม ยังไงก็ต้องเสร็จแหละ
(แม้ว่ามันจะน่าเบื่อขนาดไหนก็ตาม)

ส่วนฟิค...ความคืบหน้าตอนนี้คือพล็อตลงตัวแล้ว เริ่มลงมือพิมพ์แล้ว
ยังอยู่ในระหว่างตบๆรายละเอียดและปรับสำนวนจนกว่าจะเป็นที่พอใจของคนเขียน
(ตอนนี้กำลังกลุ้มกับสำนวนตัวเองมากเลย นี่ฉันเขียนฟิคหรือบทละครอยู่วะเนี่ย?!)

แต่แล้ว...ปัญหาใหม่ก็บังเกิด...

พิมพ์ไปพิมพ์มา ชักมันส์มือ จนตอนนี้เริ่มเสียวๆว่าจำนวนหน้ามันจะเกินโควต้ารึเปล่าฟะ?
แถมช่วงแรกๆก็มาซะรั่วเชียว แต่ไหงท้ายๆมันกลายเป็นดราม่าไปได้เนี่ย?!  =[]=

กำลังคิดอยู่ว่าถ้าอารมณ์โดยรวมของเรื่องมันไม่เข้ากัน แถมจำนวนหน้าอาจจะเกินโควต้า
มีหวังได้หั่นแบ่งเป็น 2 เรื่องแหงๆเลย (เลือกเรื่องนึงลงแอนโธ อีกเรื่องแปะบล็อก)

อ้อ! ลืมบอกไป
ฟิคกันดั้มที่เราแต่งอยู่เนี่ย เป็นฟิคคู่แฝดนะคะ
จริงๆแต่งค้างไว้อยู่ 2 เรื่อง (และอาจแยกร่างเป็น 3 เรื่องได้...)
เรื่องนึงคู่ม่วงแว่น อีกเรื่องนึงคู่ดับเบิ้ลเล็งค่ะ 

สำหรับเรื่องคู่ที่เราชอบในกันดั้มภาคนี้ พูดแล้วก็ช่างน่าน้อยใจนัก
สมัยซีซั่นแรก คู่ที่เราชอบนี่ก็ถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อยแล้วนะ
พอมาซีซั่นสอง เราเปลี่ยนลัทธิ ไปนิยมคู่แฝด แรร์กว่าเดิมอีก  orz
แล้งเราดันชอบแบบ พี่เป็นเคะ น้องเป็นเสะ ซะด้วยสิ จะแรร์ไปไหน...  orz
เวลาจะหาสูบรูปแฟนอาร์ต หรือหาโดจินอ่าน ก็ช่างยากเย็น  orz
บางทีเลยรู้สึกไฟแอบมอดๆยังไงไม่รู้ ไม่มีอะไรมาบิ๊ว

แล้วในระหว่างที่ปั่นฟิคเนี่ย ถ้าช่วงไหนไม่มีอารมณ์จะพิมพ์ ก็พิมพ์ไม่ออกจริงๆนะ
ต้องพยายามหาอะไรมาเติมเชื้อไฟให้ตัวเอง
และหนทางหนึ่งในนั้น...ก็คือ YouTube

อย่างที่บอกไปแล้วว่าคู่ที่เราชอบในกันดั้มภาคนี้มันเป็นของแรร์
ขนาดในเว็บญี่ปุ่นยังหาได้น้อยแสนน้อย แล้วเว็บฝรั่งอย่างยูทูบจะมีเรอะ?

แล้วเราทำไงน่ะเหรอ?
คำตอบ : หาอย่างอื่นที่ใกล้เคียงมาช่วยในการบิ๊วไงจ๊ะ 

.

.

ว่าแล้วก็ขอแนะนำให้รู้จักแฝดคู่หนึ่ง ที่ถือว่าเป็นตำนานสำหรับเราเลยก็ว่าได้...

มินาโมโตะ โคจิ & คิมูระ โคอิจิ จากเรื่อง Digimon Frontier


โคจิ (ซ้าย) และโคอิจิ (ขวา)

.

เล่าคร่าวๆสำหรับคนที่ไม่ได้ดู

เด็ก 5 คน ถูกเรียกตัวไปยังดิจิตอลเวิลด์
โดยนั่งเทรลมอน(ดิจิมอนรถไฟ)จากใต้สถานีรถไฟใต้ดินที่ Shibuya
เมื่อไปถึง เด็กแต่ละคนก็ได้รับสปิริตแห่งนักรบในตำนานตามธาตุต่างๆ
และสามารถแปลงร่างเป็นดิจิมอนในตำนาน ต่อสู้เพื่อกอบกู้ดิจิตอลเวิลด์จากความชั่วร้าย
โดยที่พวกเขาหารู้ไม่ว่า มีเด็กคนที่ 6 เดินทางมายังดิจิตอลเวิลด์เช่นเดียวกัน

.

ต่อไปจะเป็นการสครีมด้วยความลำเอียง เพราะเราจะสครีมแต่คู่แฝด

.


มินาโมโตะ โคจิ
CV : Kamiya Hiroshi (คนพากย์ทีเอเรีย - เผื่อใครนึกเสียงไม่ออก)

ได้รับสปิริตแห่งแสงสว่าง
ร่างดิจิมอนมีลักษณะเป็นหมาป่าสีขาว

ตอนมาถึงดิจิตอลเวิลด์ใหม่ๆ โคจิจะแยกไปเดินทางคนเดียว ไม่ยอมเข้ากลุ่มกับเด็กคนอื่นๆ
เรียกได้ว่าเป็นโรคซึนระยะสุดท้ายจริงๆ (คามิยะซังชอบได้พากย์แต่ตัวซึนๆเนอะ ฮา~)
เพราะเขาจะสันโดษมาก ดูไม่อยากคบค้าสมาคมกับใคร
ก่อนจะมาที่ดิจิตอลเวิลด์ก็ดูเหมือนจะไม่มีเพื่อนเลย

อีกสาเหตุนึงที่ทำให้โคจิออกจะเป็นเด็กเงียบขรึมและเก็บตัวก็เป็นเพราะเรื่องครอบครัวด้วย
พ่อแม่ของโคจิหย่ากันตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งเกิด และแบ่งลูกไปเลี้ยงคนละคน
พ่อแต่งงานใหม่ และโคจิก็ดูเหมือนจะยังไม่ยอมรับแม่เลี้ยง
พ่อโกหกโคจิว่าแม่ที่แท้จริงของเขาตายไปแล้ว
อีกทั้งยังไม่เคยบอกให้เขารู้ว่าจริงๆแล้วเขามีพี่ชายฝาแฝดอยู่คนนึง

ด้วยสภาพครอบครัวแบบนี้
โคจิก็เลยเหมือนไม่อยากเชื่อใจใคร ปิดตายหัวใจตัวเอง ทำตัวเย็นชาใส่คนรอบข้างไปหมด
ทั้งที่จริงๆแล้วลึกๆในใจของเขาก็เหงาอยู่เหมือนกัน (<< ไอ้ซึนเดเร่!)

พอได้เดินทางร่วมกับเด็กคนอื่นๆไปสักพัก โคจิก็เริ่มเปิดใจ เรียนรู้ความสำคัญของมิตรภาพ
จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้วเขาเป็นคนที่จิตใจดีมาก กล้าหาญ เป็นห่วงเพื่อนๆ
เรียกได้ว่าเริ่มออกอาการเดเระ

แต่อะไรก็ไม่เท่าตอนที่ช่วยโคอิจิมาได้ และมีคุณพี่ชายมาร่วมเดินทางด้วย
เพราะหลังจากที่ได้เจอพี่ชายแล้ว โคจิจะเกิดอาการ "ต่อมเดเระแตก" สุดๆ
คอยตามดูแล เทคแคร์ ปกป้อง ช่วยเหลือคุณพี่ตลอด (<< ไอ้เด็กติดพี่!)
แถมยังยิ้มให้เห็นบ่อยมากๆๆๆ
โดยเฉพาะรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนที่เขาจะมีให้เฉพาะพี่ชายเท่านั้น (<< แม่ยกขอกรี๊ด)

.


คิมูระ โคอิจิ
CV : Suzumura Kenichi (คนพากย์ชิน ซี้ดเดส - เผื่อใครนึกเสียงไม่ออก)

ได้รับสปิริตแห่งความมืด
ร่างดิจิมอน(ที่ผ่านการชำระล้างแล้ว)มีลักษณะเป็นสิงโตสีดำ

นิสัยโคอิจิจะออกแนวเงียบๆ ขี้อาย ไม่ค่อยกล้าแสดงออก (<< โมเอะเคะแตก...)

เดิมโคอิจิอาศัยอยู่กับแม่และยาย โดยที่ไม่เคยรู้เหมือนกันว่าตัวเองมีน้องชายฝาแฝดอยู่
เขาได้รู้เรื่องนี้จากยายก่อนที่ยายจะเสีย
หลังจากนั้น เขาก็ออกตามหาน้องชายของเขาจนเจอ
และคอยตามแอบดูอยู่ห่างๆ (เป็นสโตกเกอร์?)
แต่ยังไม่กล้าเข้าไปพบหรือพูดคุยด้วย

โคอิจิเป็นเด็กคนที่ 6 ที่เดินทางมายังดิจิตอลเวิลด์
แต่ไม่ได้นั่งเทรลมอนมาเหมือนเด็กคนอื่นๆ
วันที่พวกเด็กๆถูกเรียกตัวไปยังดิจิตอลเวิลด์ โคอิจิพยายามวิ่งตามโคจิที่สถานีรถไฟใต้ดิน
แต่ตามไม่ทัน เพราะโคจิลงลิฟต์ไปซะก่อน
โคอิจิเลยรีบวิ่งลงบันไดตามไป แต่พลาดลื่นตกบันได ทำให้วิญญาณหลุดไปยังดิจิตอลเวิลด์

พอไปถึงดิจิตอลเวิลด์ โคอิจิจำไม่ได้ว่าตัวเองมาที่นี่ได้ยังไง
เขาถูกดิจิมอนชั่วร้ายใช้จุดอ่อนในจิตใจเป็นเครื่องล่อลวงและลบความทรงจำ
พร้อมกับมอบสปิริตแห่งความมืดที่ถูกครอบงำด้วยความชั่วร้ายให้
ทำให้เขากลายเป็นศัตรูกับเด็กอีก 5 คนในช่วงแรกๆ

จนกระทั่งโคอิจิได้มาปะทะกับโคจิในร่างดิจิมอน
พลังแห่งความมืดกับแสงสว่างเกิดปฏิกิริยาต่อกัน ทำให้ทั้งสองเห็นร่างจริงของกันและกัน
ความทรงจำของโคอิจิเลยเริ่มกลับมา
ส่วนโคจิก็เริ่มสงสัยว่าตัวจริงของนักรบแห่งความมืดเป็นใครกันแน่

ภายหลัง โคอิจิได้รับการช่วยเหลือโดยพวกโคจิ โดยการสแกนชำระล้างสปริตแห่งความมืด
และโคอิจิก็ได้มาร่วมเดินทางกับน้องและเพื่อนๆนับตั้งแต่นั้น

ช่วงท้ายๆเรื่อง โคอิจิจำได้แล้วว่าตัวเองมาที่ดิจิตอลเวิลด์ได้ยังไง
แถมยังคิดว่าร่างของตัวเองที่โลกมนุษย์อาจจะตายไปแล้วก็ได้
เขาปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่ยอมบอกให้โคจิรู้เพราะกลัวจะเสียใจ
เขาคิดว่า อย่างน้อยก็ขอใช้เวลาที่เหลืออยู่ในดิจิตอลเวิลด์นี้กับน้องและเพื่อนๆให้คุ้มค่าที่สุด

ในศึกสุดท้ายที่สู้กับลูเซมอน
ทุกคนโดนลูเซมอนใช้พลังแห่งแสงสว่างกับความมืดโจมตีใส่จนกลับสู่ร่างมนุษย์
ลูเซมอนยังโจมตีด้วยแสงใส่ซ้ำอีกครั้ง และกำลังจะใช้ความมืดโจมตีต่อ
โคอิจิซึ่งยังเป็นคนเดียวที่ยังอยู่ในร่างดิจิมอนเข้าไปรับการโจมตีแทนเพื่อปกป้องทุกคน
ทำให้เขากลับสู่ร่างมนุษย์ซึ่งมีแต่วิญญาณ และกำลังจะสลายหายไป
ก่อนจะหายไป เขาได้มอบสปิริตแห่งความมืดให้โคจินำไปรวมกับสปิริตแห่งแสงสว่าง
ทำให้โคจิกับทาคุยะสามารถรวมสปิริตของธาตุทั้ง 10 เข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน
และสามารถแปลงร่างขั้นสูงสุดต่อสู้กับลูเซมอนจนชนะได้

ระหว่งที่ทุกคนกำลังเดินทางกลับมายังโลกมนุษย์
สปิริตดิจิมอนของโคอิจิก็ติดต่อมายังโคจิเพื่อบอกว่า จริงๆแล้วโคอิจิยังมีชีวิตอยู่
พอกลับมาถึงโลกมนุษย์ โคจิรีบตามไปหาโคอิจิที่ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล
ตอนนั้นโคอิจิหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว หมอก็พยายามช่วยจนสุดความสามารถแล้ว
แต่ด้วยปาฏิหาริย์พลังรักของพี่น้อง(?) โคอิจิก็เลยฟื้น
เป็นอันว่า Happy Ending

.

.

เรื่องนี้ ตอนเราดูแรกๆ เรานึกว่าทาคุยะเป็นพระเอกนะ
แต่ไปๆมาๆ เหมือนทาคุยะมีบทบาทสำคัญแค่ในฐานะที่เป็นตัวดำเนินเรื่อง
ส่วนพระเอกตัวจริงคือโคจิ (และมีโคอิจิเป็นนางเอก?)
สังเกตได้จากบทบาทในช่วงท้ายๆเรื่อง
แถมตอนจบของเรื่อง ตัวทำซึ้งยังเป็นฝาแฝดคู่นี้อีก

.

.

เราลองไปเซิร์ชๆหาในยูทูบดู เจอฝรั่งทำ AMV คู่นี้เยอะแยะเลย
เราก็เลยได้อาศัยดูเพื่อบิ๊วอารมณ์แต่งฟิคคู่แฝด

ว่าแล้วก็เอามาแปะเผื่อแผ่กันซะหน่อย

I didn't make these AMVs.
I found them on YouTube.
All credits belong to those who made them.
 

.

อันแรกนี้จะเป็นสรุปเรื่องราวคร่าวๆที่เกิดขึ้นกับโคอิจิ
(ดูเหมือนจะใช้ภาพเวอร์ชั่นที่ฉายทางทีวีใน USA)
ช่วงต้นๆคลิปนั่นเป็นเสียงพากย์เวอร์ชั่น USA ซึ่งแก่เกินตัวละครไปอย่างมหาศาล...

เหตุการณ์ในช่วงนาทีที่ 2:56 - 3:03 ของคลิปนี้อ่ะ
ทำเอาเราเกิดอาการเดจาวูตอนเล่น Tales of the Abyss ด้วย
(ฉากที่ประดาบกัน เห็นหน้าอีกฝ่ายแล้วตกใจ เฮ้ย! ไอ้นี่ใครทำไมหน้าเหมือนชั้น น่ะ) 

.

ส่วนอันนี้เป็นการรวมซีนต่างๆของสองพี่น้อง
(ดูเหมือนจะใช้ภาพเวอร์ชั่นที่ฉายทางทีวีใน USA เช่นกัน)

ว่าแต่ไอ้ฉากที่มองหน้ากันแล้วมีแบ็คกราวด์ปะริ้งปริ๊งๆยังกะการ์ตูนสาวน้อยนั่นมันอะไร...

และอันสุดท้ายที่เอามาฝากนี้ก็เป็นการรวมเอาฉากต่างๆของสองพี่น้องเช่นกัน
อันนี้ภาพจะชัดกว่าสองอันแรก แถมยังไม่มีเซนเซอร์งี่เง่าอีก 5555
(ลองดูเทียบเองนะคะ แล้วจะรู้ว่ากองเซนเซอร์ที่นั่นก็ติงต๊องไม่แพ้กองเซนเซอร์ไทยเลย)

.

.

จะเห็นได้ว่า พี่น้องคู่นี้มีฉากน่ารักๆที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมากมาย

ดูๆไปแล้ว พอมองกลับมายังกันดั้มดับเบิ้ลโอ ก็จะเกิดความรู้สึกประมาณว่า...

กันดั้มภาคนี้อุตส่าห์มีแฝดตั้งหลายคู่ ทำไมไม่มีฉากแบบนี้มั่งฟระ?!  *เขย่าจอ*

โอเค... 

ในเมื่อไม่มี...งั้นชั้นเขียนฟิคให้เองก็ได้เว้ย!

...แรงฮึดในการแต่งฟิคจึงบังเกิดด้วยเหตุฉะนี้...

<