2007/Jun/26

- ย้อนความกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2550 -

หลังเลิกเรียน เราไป MBK เพื่อจะไปหาที่ซ่อมมือถือกับ MP3 โดยมีพี่รินไปด้วย หลังจากนั้นก็กินมื้อเย็นกันที่นั่นก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านตอนประมาณ 6 โมงกว่าๆ

ปกติเราจะข้ามไปฝั่งตรงข้ามแล้วขึ้นรถเมล์กลับบ้าน แต่ตอนนั้นไม่รู้คิดยังไงถึงได้ตัดสินใจเดินกลับบ้าน เราก็เลยเดินย้อนถนนจากฝั่งหน้ามาบุญครองไปทางสามย่าน

พอเดินไปถึงช่วงต่อระหว่างอาคารจามจุรี 5 กับแนวตึกคณะครุศาสตร์ เราก็ได้พบกับเค้า...

เค้านอนคุดคู้อยู่กลางทางเดินบนฟุตบาท ตอนแรกเราเดินก้าวเท้าไวๆก็เกือบจะไปโดนเค้าเหมือนกัน โชคดีที่ยั้งเท้าทันแล้วก้มมองดู ถึงได้เห็นว่าไอ้ก้อนฟูๆเล็กๆบนพื้นนั่นคือ ลูกนก ที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว...

...เค้าคงหล่นลงมาจากรังบนต้นไม้แถวนั้นแน่ๆ...

พอเห็นแบบนั้น เราก็ยืนลังเลอยู่ตรงนั้นสักพัก

ไม่ใช่ลังเลว่า 'จะช่วยหรือจะปล่อยไว้แบบนี้ดี?' หรอกนะ...

แต่ลังเลว่า 'ฉันจะอุ้มเด็กนี่กลับบ้านยังไงดี?' ต่างหาก

ตอนนั้นใกล้มืดแล้ว ฝนก็กำลังจะตก
ตรงนั้นใกล้ป้ายรถเมล์ เค้าอาจจะถูกคนเหยียบตายเอาได้ง่ายๆ
หรือถ้าเกิดเค้าเดินตุปัดตุเป๋หล่นออกไปนอกถนนก็อาจจะถูกรถทับ
แล้วยิ่งถ้าฝนตก เค้าก็ต้องหนาวตายหรือสำลักน้ำตายแน่ๆ

หวัดนกคืออะไร ไอสะไม่รู้จักแล้ว สิ่งเดียวที่รู้ในตอนนั้นคือ 'ฉันทิ้งเค้าไว้แบบนี้ไม่ได้!'

ว่าแล้วเราก็จัดแจงสะพายกระเป๋าให้กระชับ ขุดหาถุงในกระเป๋ามารองมือซ้าย ค่อยๆช้อนตัวลูกนกขึ้นมาไว้ในอุ้งมือซ้าย แล้วก็เอามือขวาประคองครอบตัวเค้าไว้อีกที ก่อนจะรีบเดินกลับบ้าน

ตอนที่กำลังจะข้ามสะพานลอยจากฝั่งสามย่านไปทางฝั่งบ้านเรา บังเอิญเจอวินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งที่อยู่ตรงนั้น เขาคงเห็นเราเดินถืออะไรเก้ๆกังๆเลยทัก เราบอกไปว่าเราเก็บลูกนกได้ เขาเลยมาดูใกล้ๆ พอเห็นปุ๊บ เขาก็บอกว่า "นี่ลูกนกเอี้ยงนี่" หลังจากนั้นเขาก็ช่วยแนะนำเรื่องอาหารให้ บอกว่าให้ไปซื้อหนอนมาแช่น้ำให้กิน ฯลฯ

เราขอบคุณเขาสำหรับคำแนะนำเรื่องอาหารลูกนก แต่โดยส่วนตัวแล้วเราไม่อยากทำลายชีวิตเล็กๆเพื่อมาเลี้ยงอีกชีวิตนึง ก็เลยคิดว่าจะหาอาหารอย่างอื่นที่มีโปรตีนมาให้แทนหนอน

พอกลับมาถึงบ้าน ฝนก็ตกพอดี เป็นโชคดีของเด็กนี่จริงๆที่เราไปเจอแล้วช่วยมา

เราสำรวจดูตามตัวเค้าดูว่าบาดเจ็บอะไรหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่มีแผลภายนอกเลย ดูการขยับขากับปีกก็เป็นปกติ แสดงว่าไม่มีกระดูกตรงไหนหัก สังเกตดูอึของเค้าก็ไม่มีเลือดปนออกมา แสดงว่าอวัยวะภายในไม่ได้รับบาดเจ็บ

...แก(หล่น)มากับดวงจริงๆ...

ด้วยความที่เจ้าหนูนี่มาอยู่ด้วยแบบกระทันหัน เลยไม่สามารถหากรงให้เค้าได้ ยายเราช่วยหาตะกร้าพลาสติกโปร่งๆขนาดกำลังเหมาะมาให้ใบนึงเราก็เอากระดาษทิชชู่ปูให้แล้วจะจับเค้าลงวางในตะกร้าแต่เค้ากลับไม่ยอมลงจากมือเรา เราเลยต้องวางเค้าลงบนตักตัวเองก่อน ปรากฏว่าเค้าเข้ามาซุกกับตัวเราเลย

แค่ช่วงระยะเวลาที่เราอุ้มเค้าเดินมาจนถึงบ้าน...เค้าก็เห็นเราเป็นแม่ไปซะแล้ว...

เราต้องปล่อยให้เค้าซุกอยู่พักนึงจนสบายใจถึงค่อยๆประคองตัวเค้าไปวางลงในตะกร้าได้

ในขณะที่เรากำลังกลุ้มอยู่นั้นเองว่าจะหาที่นอนที่ปลอดภัยให้เค้าได้ยังไงเพราะไม่มีกรงให้เค้าอยู่ ยายเราก็บังเอิญค้นเจอฝาชีใบหนึ่งที่ขนาดพอดีกับปากตะกร้าเป๊ะเลย เราก็เลยเอาฝาชีใบนั้นมาประกบครอบเป็นฝาตะกร้า แล้วก็ผูกลวดยึดเอาไว้เป็นแกนให้เปิดปิดได้ ทำเป็นกรงแก้ขัดไปซะเลย เวิร์ค~ > <b

แล้วเด็กน้อยที่เราเก็บมาก็นอนหลับไปในตะกร้านั้นโดยมีเสียงเราร้องเพลงกล่อมเบาๆ...

.

.

.

- วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2550 -

โดยปกติแล้ว ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ ไอสะไม่มีทางยอมตื่นง่ายๆแน่ถ้ายังไม่ถึงบ่าย

แต่วันนี้ไม่เป็นอย่างที่เคย...

เราสะดุ้งตื่นเองตั้งแต่ตอนประมาณ 6 โมงเช้า แล้วสิ่งแรกที่ทำก็คือลุกพรวดออกไปดูลูกนกเพราะกลัวว่าถ้าเกิดเค้าตื่นมาแล้วหิวจะไม่มีคนป้อนอาหาร

เค้าตื่นแล้วจริงๆ เราเปิดตะกร้าแล้วลองป้อนอาหารให้ แต่เค้าไม่ยอมอ้าปากกินอะไรเลย เราลองพยายามอยู่สักพักใหญ่ๆ เห็นว่าเค้ายังไม่อยากกินก็เลยไม่อยากบังคับ คิดว่าคงเป็นเพราะว่าเค้ายังกลัวอยู่และยังไม่ชินกับบ้านใหม่ เราเลยไปล้างมือแล้วกลับเข้าไปนอนงีบต่อ

พอเราตื่นมาอีกทีก็พยายามป้อนอาหารให้เค้าอีกเค้าก็ยังคงไม่ยอมอ้าปากอยู่เหมือนเดิม เราพยายามอีกหลายครั้งและลองเปลี่ยนอาหารที่ใช้ป้อนหลายๆอย่าง แต่เค้าก็ยังไม่ยอมกิน

เรากับท่านแม่เริ่มกังวลว่าเค้าอาจจะไม่รอด เพราะเค้าไม่ยอมกินอะไรเลยจริงๆ แล้วยิ่งเวลาผ่านไป เค้าก็ยิ่งดูอ่อนเพลียลงเรื่อยๆ

แต่เราไม่ยอมตัดใจง่ายๆหรอก

อุตส่าห์ช่วยให้รอดชีวิตจากข้างถนนมาได้แล้ว...ก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดสิ...

จนกระทั่งถึงตอนบ่ายแก่ๆ เราจะลองป้อนอาหารให้ลูกนกอีกรอบ บังเอิญว่ายายเรากำลังนั่งกินขนมปัง แล้วมีเศษขนมปังชิ้นนึงหล่นพอดี ยายเราเลยเอาเศษขนมปังชิ้นนั้นมาให้เราลองป้อนลูกนกดู

เราเอาเล็บจิกขนมปังออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ เอาจุ่มน้ำ บี้ให้นิ่มๆเละๆแล้วเอาวางไว้ที่ปลายนิ้วชี้ จากนั้นก็ลองยื่นไปใกล้ๆปากเด็กน้อยที่ทำท่าเหมือนจะหมดแรงตายได้ทุกเมื่อดู...

ในที่สุดเค้าก็ยอมอ้าปากแล้ว!

ดูเหมือนว่ากลิ่นหอมของขนมปังจะทำให้เค้ารู้สึกอยากอาหารขึ้นมาได้ เรารีบหย่อนเศษขนมปังบนปลายนิ้วเราลงในปากเค้าทันที เค้าก็รีบกลืนทันทีเลยด้วย

ป้อนขนมปังไปได้สักพักก็ลองเปลี่ยนมาป้อนผลไม้ (สาลี่บี้เละๆ)เค้าก็ยอมกินแต่โดยดี

แววแห่งความอยู่รอดเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่วินาทีที่เจ้าหนูยอมอ้าปากกินอาหาร

แล้วหน้าที่ป้อนข้าวป้อนน้ำให้เจ้าหนูนี่ก็ตกเป็นของเราไปโดยปริยาย...

พอตกกลางคืน เค้าก็ดูเหมือนจะเริ่มง่วง เราเลยเปลี่ยนกระดาษรองตะกร้าให้แล้วก็กำลังจะปิดฝาตะกร้า

แต่ยังไม่ทันจะเอามือออก...เด็กนี่ก็เข้ามาซุกมือเรา...

เราขยับจะเอามือออก เค้าก็เดินเตาะแตะตามมาซุกมือเรา สุดท้ายเราก็เลยต้องยอมเอามือไว้ให้เค้าซุกอย่างนั้นสักพักจนเค้าหลับถึงเอามือออกแล้วปิดตะกร้าได้

ท่านแม่เราให้ข้อสังเกตว่า "เค้าเห็นเธอเป็นแม่ไปแล้วจริงๆ แถมดูท่าจะติดเธอซะด้วย"

.

.

.

- วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2550 -

วันนี้เราก็ตื่นแต่เช้าเพื่อมาป้อนอาหารให้ "ลูก" ของเราเหมือนเมื่อวาน

นึกขอบคุณนกหางพัด (นกอีแพรด) ที่มาทำรังอยู่ในบ้านเราเหลือเกินที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าธรรมชาติของลูกนกนั้นต้องกินตลอดทั้งวัน สังเกตได้จากการที่พ่อนกแม่นกต้องผลัดกันออกไปหาอาหารมาป้อนลูกตลอดเวลาตั้งแต่เช้ายันเย็น

เราจึงต้องคอยออกมาป้อนอาหารให้ "ลูก" ของเราแทบจะทุกๆ 15 นาที

ก็ค่อนข้างจะวุ่นดีทีเดียว นั่งทำการบ้านไปได้สักพักก็ต้องวิ่งออกจากห้องมาป้อนข้าวป้อนน้ำให้ลูก

แต่เราก็มีความสุขที่ได้ทำนะ

...นี่คงจะเป็นความรู้สึกของคนที่เป็น "แม่" สินะ...

พอถึงตอนกลางคืน เราก็ต้องทำหน้าที่กล่อมเค้าให้หลับ คราวนี้เรารู้แล้วว่าต้องทำยังไงบ้าง

เรายื่นมือซ้ายลงไปในตะกร้าให้เค้าซุก วันนี้เค้าเข้ามาซุกแล้วร้องคราง"ปี๊ว~ ปี๊ว~" เบาๆด้วย เป็นเสียงประมาณเหมือนเด็กง่วงนอนแล้วพูด "ราตรีสวัสดิ์" แบบยานคางน่ะ

เรากับท่านแม่ฟังภาษานกไม่ออกหรอกนะ แต่แค่ฟังน้ำเสียงก็รู้ได้ว่านั่นเป็นเสียงที่แสดงความรักอย่างสุดซึ้งจากหัวใจดวงน้อยๆที่แสนบริสุทธิ์

เจอแบบนี้แล้วน้ำตาเราแทบจะไหลออกมาเอง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...

เราเอามือให้เค้าซุก พร้อมกับร้องเพลงกล่อมจนเค้าหลับไปถึงค่อยเอามือออกแล้วปิดตะกร้า

.

.

.

- วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2550 -

จุดเริ่มต้นแห่งความกลุ้ม...

วันนี้เราต้องไปเรียน...
ท่านแม่ก็ต้องไปทำงาน...
ยายอยู่บ้านก็จริง แต่ยายป้อนอาหารให้ลูกนกไม่ได้เพราะมือไม่นิ่ง...

แล้วฉันจะทำยังไงดี~~~?! TTATT

โชคยังดีที่วิชาคาบครึ่งวันเช้าวันนี้อาจารย์งดคลาสเพราะติดประชุม เราเลยไม่ต้องเข้าเรียนคาบเช้าแต่ก็ยังต้องเอางานไปส่งตอนเที่ยงแล้วก็ไปเรียนคาบบ่ายชั่วโมงนึง

กะดูคร่าวๆแล้วเราจะไม่อยู่บ้านเป็นเวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ แอบกังวลอยู่เหมือนกันว่าลูกจะทนได้มั้ย แต่ก็เชื่อว่าลูกเราคงแกร่งพอที่จะอดทนได้เพราะวันแรกที่มาอยู่ก็ไม่ยอมกินอะไรไปตั้งวันนึงเต็มๆแต่ก็ไม่เป็นอะไรนี่นา

ก่อนออกจากบ้าน เราเอาผ้าคลุมตะกร้าไว้ให้มืดๆหน่อย เผื่อเค้าจะได้หลับไป

หลังเลิกเรียนตอนบ่ายสอง เราแวะขึ้นไปหาองค์หญิงซึ่งเรียนอยู่ที่ชั้น 14 ตึกเดียวกันเพื่อไปรับของ (องค์หญิงอุตส่าห์แบ่งอาหารนกที่บ้านมาให้ ขอบคุณมากนะ > <) หลังจากนั้นเราก็รีบวิ่งฝ่าแดดกลับบ้านอย่างไม่คิดชีวิตเพราะกลัวลูกหิว

แต่ผิดคาด...

ยายบอกว่า ตลอดเวลาที่เราไม่อยู่บ้าน ลูกเราไม่ร้องโวยวายขออาหารเลย ดูเหมือนจะหลับซะด้วยซ้ำ จนกระทั่งเรากลับถึงบ้านแล้วเค้าได้ยินเสียงเรานั่นแหละ ถึงได้ตื่นแล้วเริ่มร้อง

เค้าจำเสียงเรา...และมีปฏิกิริยากับเสียงเราคนเดียว...

เรารีบเปิดตะกร้าจะป้อนอาหารให้เค้าแต่แล้วก็ต้องเจออาการที่คาดไม่ถึงของลูกเรา...

ลูกออกอาการ "ซึน" ใส่เราค่ะ! =[]=

อดข้าวอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ยังไงก็ต้องหิวแน่ๆ แต่พอเราจะป้อนอาหารให้กลับทำเป็นหยิ่ง ไม่ยอมอ้าปาก แถมมีหันหน้าหนีอีกแน่ะ

ดูเหมือนว่าเค้าจะงอนที่อยู่ดีๆแม่ก็หายไปไหนไม่รู้ตั้งนานระหว่างวัน เลยแสดงอาการแบบนั้นให้รู้ว่ากำลังงอน

เราต้องโอ๋อยู่สักพักนึงเค้าถึงยอมกินซึ่งพอหายงอนปุ๊บก็กินใหญ่เลยเพราะหิวจัด

...ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหนเนี่ยลูกแม่... =[]=

นอกจากอาการ "ซึน" แล้ว วันนี้ลูกเรายังเริ่มแสดงอภินิหารให้เห็นอีกต่างหาก...

ย้อนกลับไปเมื่อตอนเช้า ตอนที่เรากำลังจะเปลี่ยนกระดาษรองตะกร้าให้ใหม่ (ต้องเปลี่ยนเป็นประจำทุกวัน วันละ 2-3 ครั้งเพราะกระดาษเก่าจะเต็มไปด้วยอึ) เราก็เอามือขวาจับตัวเค้ายกขึ้นเพื่อที่จะได้ใช้มืออีกข้างหยิบกระดาษเก่าออกทิ้งแล้วปูกระดาษใหม่ให้ ปรากฏว่าเค้าไม่ชอบให้อุ้มแบบนั้นหรือกำลังอารมณ์ไม่ดีอะไรไม่รู้...ทั้งเตะ ถีบ จิก ตี ดิ้นขลุกขลักๆอยู่ในมือเรานั่นแหละ เราต้องรีบปูกระดาษแล้วรีบวางเค้ากลับลงไปในตะกร้าเลย

เห็นตัวเล็กๆน่ารักแบบนั้น...แอบดุ+โหด+แรงควายเหมือนกันนะลูก...

อีกเรื่องนึงที่ทำให้เราทึ่งคือความฉลาดของเค้า

ก่อนหน้านี้ เวลาเค้าอึ เค้าก็อึเรี่ยราดกระจายทั่วกระดาษปูตะกร้าตามประสาเด็กนั่นแหละ แต่ช่วงเย็นวันนี้ เราแอบสังเกตเห็นว่าอึของเค้ามันไปกองรวมๆกันอยู่ที่มุมหนึ่งของตะกร้า แล้วพอเค้าจะอึ เค้าก็เดินไปปล่อยไว้แถวๆมุมเดิมที่มีอึกองอยู่แล้ว เพื่อที่จะได้เหลือพื้นที่กระดาษสะอาดๆไว้เยอะๆให้เค้าเลือกนอนได้ตามสบาย

เพิ่งรู้ว่านกก็หัดขับถ่ายเป็นที่เป็นทางได้เหมือนกันแฮะ ยังกะแมวแน่ะ

.

.

.

.

.

.

ว่าแล้วก็มาดูรูปลูกรักของเรากันเถอะ > <

หมายเหตุ :
1. อย่าแปลกใจถ้าเห็นว่าโทนสีของบางภาพต่างกันเราลองปรับกล้องหลายๆโหมดดูน่ะ แต่ส่วนใหญ่จะปิดแฟลชนะ
2. รูปทั้งหมดนี้ถ่ายเมื่อวาน (วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2550) ค่ะ


ตาปรือเชียวลูกแม่ กำลังจะเล่นเกมซ่อนตาดำเหรอลูก


ลองใช้โหมดกลางคืนบ้าง ภาพดูหม่นๆแปลกๆแฮะ อ๊ะ! ลืมตาให้เห็นแล้ว > <


รูปนี้ลองเปิดแฟลชค่ะ ถึงแฟลชจะหลอนแต่อย่างน้อยก็ทำให้ได้เห็นตาแป๋วๆปิ๊งๆนะ


ซูมใกล้ๆหน่อย ขอบอกว่าเราไม่ได้มือสั่นนะ แต่ลูกเราผงกหัวพอดี


ซูมอีกที คราวนี้ลูกเราสะบัดหางด้วย เลยเบลอทั้งหัวทั้งหางเลย - -"


ตอกย้ำความกลมกะปุ๊กลุกน่ารัก > <


ภาพมุมเงยที่บ่งบอกให้รู้ว่าขนที่พุงยังแหว่งอยู่


อีกสักรูปน่า~

.

.

.

หมดแล้วล่ะค่ะสำหรับวันนี้ แต่เชื่อว่าต่อไปเราคงได้มาอัพบล็อกสครีมความน่ารักของลูกเราอีกเรื่อยๆแน่เลย >///<

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่านแล้วรู้สึกดีแหละ 1 ชีวิตที่มีค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคน นึกถึงตอนที่ต้องไล่ป้อนนมลูกหมาที่แม่ไม่เลี้ยง (อันที่จริงเป็นคนทำคลอดมันด้วย - -" ) เหนื่อยนะ แต่มีความสุข
เพราะเขามีชีวิต มีหัวใจ ก็เลยรู้สึกเหมือนพวกเขาจะเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะบอกเขาได้

สู้ๆ นะคะคุณแม่แล้วก็คุณหลานของน้า (ไม่ ดิฉันไม่ยอมเป็นป้าเด็ดขาด !)
มี๊วววว เห็นรูปแย้ว ปุ๊กๆฟูๆจังเลยอ่า น่าร้ากกกกก
เราว่ามันรักสามากจนเริ่มเจริญรอยตามหลายๆอย่างนะนี่ เช่น ความซึนของบทเคะดุ(เกี่ยวม๊าย) และก็ถ่ายเป็นที่เป็นทางเหมือนแมว เอิ้กกกก
อยากฟังที่สาร้องเพลงกล่อมมันมั่งจัง^^
เจ้าหนูนี่มันโชคดีจริงๆนะที่ได้แม่ที่ดีอย่างสา
ขอให้แข็งแรงและโตเร็วๆนะจ๊ะเอี้ยงน้อย
#2  by  Reiko-Lion At 2007-06-27 01:28, 
กลัวแมวที่บ้านพี่จะกินลูกพี่ก่อนโตจิงๆ =w="
น่ารักจังเลยค่ะ กลมดี น่ากิน(เฮ่ย)
(แวโดนขับไล่ออกไปจากบล๊อค...ก้าชช=w=lll....เค้าล้อเล่น)

ก็เคยเก็บลูกนกตกได้เหมือนกันนะคะ แต่อนิจจังถึงบ้านปุ้บน้องแมวก็โดยตะครุบหายเข้าปากไปเลย...(โศกนาฏกรรมสยอง...)
ว่าแต่...ตั้งชื่อมันว่าซึนเดเรล่าดีไหมคะ=w=?
#4  by  devil-cat At 2007-06-27 06:57, 
น่ารักมากๆเลย ขอให้แข็งแรงขึ้นทุกวันๆน้า สังเกตุจากร้านขายนกทั่วๆไป เค้าจะเปิดโคมไฟไว้ให้นอนด้วย เหมือนกับลูกนกมันต้องการความอบอุ่นอย่างมากแหละ ก็ดีนะ ไว้นอนบนมือ จะได้เป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดี ^-^

หนอน...จำเป็นนะ = ='' นกต้องกินอะไรแบบนั้นบ้างเหมือนกัน ถึงจะไม่อยากทำก็เหอะ T-T

ดูแลลูกน้อยดีดีนะค่ะ ^-^ น่ารักมากๆ

http://bangjarkvet.sappasan.com/

ลองดูอันนี้นะค่ะ เป็นคลีนิกสัตว์มีอะไรก็เข้าไปถามได้ จะมีคุณหมอคอยตอบตลอดเลย ^w^
#5  by  [Amakura_Aei] as [Musashi]Takekura Gen At 2007-06-27 10:58, 
เป็นลูกนกที่น่ารักมากเลยค่ะ(แบบนี้พี่สาก็เป็นแม่แล้วสิ =w=")
ได้ตั้งชื่อให้ลูกรึยังคะนี่
#6  by  Ares At 2007-06-27 17:07, 
อ่ะโห น่ารักเชียว กิ๊วก๊าว~
ที่บ้านอาก็เคยมีแบบนี้เหมือนกันแต่ไม่ถึงกับขนาดต้องเลี้บงเอง
ได้ฟังเสียงสครีมมาหลายหนเพิ่งจะได้เห็นตัวจริง แหมๆ เห็นแล้วยิ่งอยากเห็นของจริงเป็นๆนะคะเนี่ย น่ารักดีจัง><
สู้ๆนะคะ ดุแลดีๆระวังแมวงาบนะคะ ^^!!
#7  by  RIN At 2007-06-27 17:09, 
อ่านกเอี้ยง....(กำลังตกใจว่า มันมีในกรุงเทพด้วยเเหะ!!~ นึกว่ามีเเต่เเถวนอกตัวเมือง...) นึกถึงตัวเอง วันนี้ก็เพิ่งมีนกกระจอก(ลูกมัน)หลงมาในห้องนอน .... เเต่ฮายะไม่เลี้ยง ฮ่าๆๆ ปล่อยเค้าไป เพระไม่ชอบเลี้ยง...เลี้ยงกระต่ายไว้เลี้ยง ฮา~~ อั๊งส์ เเต่ประธานเลี้ยงได้เเบบถนอมโคตร เอาเเบบติดไปเลยเเหะ ฮา~~ เค้านี่ เลี้ยงไรไม่เคยรอดเล๊ยให้ตายสิ... เมี้ยว ดูเเลมันดีดีนะคะ เอาให้โตเลย เเล้วเอาเกาะบ่าเดิน 5555+ ประธานเเนกเอี้ยง
#8  by  はやせ--はや  At 2007-06-27 18:10, 
ตอนแรกที่ได้เห็นนึกว่ามันจะได้เป็นกับข้าวนะ....(เห็นมันอยู่ในฝาชี =[]=!!) ตอนนี้ก็หัดกินอาหารให้เป็นเวลานะลูก แม่จะได้ไม่เหนื่อย^^ มีอะไรก็ถามท่านองค์หญิงเลยนะ(อ้าวโยนเฉย) ท่านเลี้ยงนกมานานมากๆเลย^^
เราไม่แพ้ขนนก 555+ ไว้จะขอไปอุ้มใกล้ๆเลยนะ
ปล. ให้ตายสิท่านเจอลูกนก เราเจอกองทัพแมงสาบบุกบ้าน T T
#9  by  Icys ขะลุ่กขลุ่กๆ At 2007-06-27 18:15, 
" น้องตุ๊บ! " ตัวจริง น่ารักเชียว >< สมแล้วที่ทำให้พี่สาหลงลูกได้ เพราะว่าน่ารักขนาดนี้นี่เอง
ขอโทษนะครับ ถ้าข้อความต่อไปนี้อาจจะทำให้พี่สาเคืองหรือกระไรก็ตาม
ผมว่า พี่สาเป็นคนที่คิดดีทำดีมากๆเลยฮะ เพราะ บางคนน่ะถึงเห็นก็เฉย หรือเห็นก็อาจจะทำอะไรไม่ถูกแล้วก็เลยผ่านไป ( ผมว่าผมเป็น ) แต่พี่สากลับเอาน้องตุ๊บมาเลี้ยงโดยไม่สนว่าจะลำบากมั้ย จะดูแลยังไง เลย
ผมคิดว่าคงมีหลายๆคนที่เป็นเหมือนน้องตุ๊บตัวนี้ ...ทำอะไรไม่ได้ ผิดพลาดในชีวิต สิ้นหวัง ไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอย่างไรต่อไป จะรอดไปถึงวันพรุ่งนี้ได้มั้ย ( ด้วยจิตใจ ) แต่ต่างก็ได้พี่สา ที่เก็บมาโอบอุ้ม ให้แรงกาย แรงใจ ดูแลและให้ความรักอย่างเต็มที่จนสามารถยืนหยัดสู้ต่อไปได้........( มาแนวเครียดเฉยเลยผม - -" )
สุดท้าย....ผมอยากบอกว่า น้องตุ๊บโชคดีจริงๆที่ได้เจอพี่สา เลี้ยงสู้ๆนะคร้าบ แม้อาจจะเหนื่อยกาย แต่ผมว่า คงได้แรงใจจากน้องตุ๊บกลับมาเพียบ
ปล. รอดูน้องตุ๊บพูดได้ 5 ภาษานะครับ
#10  by  *~[rewolf-nus]~* At 2007-06-27 19:26, 
น่าร๊ากกก
โชคดีจิงๆที่มาเจอน้องสาว
อ่านแล้วหัวใจอบอุ่นจิงๆจ้า

ยังไงถ้ามีโอกาสก็พาลูกไปหาหมอด้วยนะ
ล้างมือบ่อยๆด้วย
#11  by  The Ren At 2007-06-27 21:25, 
กรี๊ดกร๊าดดดด ลูกนกน่ารัก~
ท่านเป็นคนใจดีมากเลยค่ะ ดีแล้วค่ะที่ช่วยเค้ามา เพราะถ้าท่านไม่ช่วยก็ไม่รู้จะมีใครมาช่วยรึเปล่า เป็นบุญของนกตัวนี้จริงๆเลย
ตอบคอมเม้นท์ของท่านนะคะ
หลังจากที่เห็นคอมเม้นท์ของท่าน ข้าพเจ้าก็ไปเปิดหนังสืออะไรซักอย่าง ที่ดาว้องก์เค้าแจก เปิดไปเปิดมา เจอท่านพอดี !! โอ้ว ตอนแรกก็ว่าคนนี้หน้าคุ้นๆ ท่านไอสะนั่นเอง~ ท่านได้ท๊อปประเทศด้วย !! กรี๊ดกร๊าดวิ่งเอาไปให้เพื่อนดูด้วยล่ะค่ะ (เพื่อนตอบกลับมาด้วยสายตางงงวย)
ดีใจนะคะที่เป็นลูกศิษย์อ.ปิงเหมือนกัน ปิงจงเจริญ~ (หา?)
#12  by  Farine At 2007-06-27 21:37, 
โอรววววว อยากแว่บไปเห็นตัวจริงของลูกน้อยของสาจ๋าจังเลยแหะ
เป็นบุญจริงๆน้อออที่ตกลงมาไม่เป็นอะไรแถมได้แม่อีกต่างหาก เจ้านกน้อย
#13  by  wassery_harp At 2007-06-27 22:17, 
ลูกนกน่ารักกกกกกกก
สู้ๆนะค้าบ ทั้งคุณแม่ทั้งลูกนกเลย
.
โคจิเองก็เลยเก็บนกกระจอกได้นะงับ พอดีมันโดนสายสินญจ์ (สะกดผิดก็ขออภัยด้วยฮับ)พันอยู่ พอโคจิกับพี่ชายอุ้มมันก็จิกมือ ดิ้นๆ พอจะช่วยปรากฏว่ามันทนไม่ไหว สิ้นใจไปก่อน....
.
/ไว้อาลัยนกกระจอกที่โคจิเคยเก็บมาช่วย ซิกๆ T T;
.
ปล. สู้ตายนะฮ้าบ >[]<!!!
/ กรีดร้อง....เอาหนอนไปแช่น้ามมมม
หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ไปตะกายบ้านม๊าแล้ว......กลัวน้อง...กลัวนก
ปากน้องแบบว่า........ยาว...แหลม..สีสด...............ดีจัง..........
ปล.ไอ้กลิ้งลาไปงมงาน....
แต่ยังไงก็ขอให้น้องกลมต่อไปนะครับ
#15  by  KAOS! IM'POSSIBLE At 2007-06-28 01:54, 
น้องนก โชคดีจริงๆนะเนี่ย
น่าร้ากน่ารัก
#16  by  Zodiac.L. At 2007-06-28 11:48, 
อ่านแล้วเพลินดีจังค่ะ
กลายเป็นแม่คนไปซะแร้วพี่ไอสะ 5555+
แต่เรื่องเลี้ยงสัตวส์เล็กๆเนี่ย ไอซ์ไม่ถนัดเรยให้ตายยย
#17  by  AiBikU At 2007-06-28 12:57, 
ในที่สุดแอชคุงก็เป็นคุณแม่แล้วสินะคะ 5555+

อืม สาคุงเราเปิดหนังสือนกแล้วนะจ๊ะ เจ้าลุคเอ้ยลูกของเธอน่ะ รู้สึกเป็น"นกเอี้ยงสาริกา"(common myna) อ่าจ้า (เพราะดูจากปากแล้วไม่น่าจะใช่นกเอี้ยงดำ)

แหม่..ลูกของสา น่ารักจังเห็นแล้วอยากลูบหัว >[]<
ถ้าสา มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับนกถามเราได้นะ เรายินดีช่วยเสมอนะจ๊ะ
#18  by  Garnet_Til At 2007-06-28 19:54, 
เฮ้อ...ในที่สุดเราก็มี'นายน้อย'แล้วสินะ... นิสัยเหมือนแม่เลยเเฮะ (ซึน ดุ โหด แต่น่าร้ากกก ><)

น่ารักมากเลยนะเนี่ย คงเป็นโชคชะตาที่ทำให้มาเจอกันสิเนอะ....
ท่าทางคงไม่ต้องห่วงอะไรมากแล้วล่ะ เพราะได้แม่ดีๆแบบนี้ โตไวๆแล้วกันนะฮะ นายน้อย ^^ ว่างๆผมจะไปเยี่ยม

#19  by  na-ri-kun The Black Joker At 2007-06-29 17:39, 
น่ากิน
[Action] โดนถีบ....

เอิ๊ก เคยอยากเลี้ยงนก แต่ไม่มีเวลา แค่กระรอก3ตัวก็แย่แล้ว
#20  by  RinsChan At 2007-07-07 08:41, 
น่ารักจังค่ะ โชคดีมากๆเลยที่เค้าได้เจอแม่ไอสะ จะรอติดตามข่าวของลูกนกตัวน้อยๆตัวนี้นะคะ
#21  by  *~*LuThiEn*~* At 2007-07-10 00:37, 

<< Home