เรากับท่านแม่ใช้เวลาตลอดทั้งวันศุกร์ในการจัดเตรียมของที่จะเอาไปขอนแก่น พอตกค่ำ เราก็มานั่งเปิดคอมเล่น MSN คุยเล่นฆ่าเวลาระหว่างรอพ่อมา แล้วก็ได้ออกเดินทางตอน 1.10 น. ของวันเสาร์ที่ 17 มีนาคม ด้วยพาหนะเดิมคือ "คุณเอนก"
รู้สึกว่าการเดินทางไปขอนแก่นคราวนี้ใช้เวลาไม่นานเท่าที่คิดแฮะ สงสัยเพราะผ่านประสบการณ์การนั่งรถ 12 ชั่วโมง(จนตูดชา)ระหว่างกรุงเทพฯกับเชียงใหม่มาแล้วล่ะมั้ง แค่ 6 ชั่วโมงเลยกลายเป็นจิ๊บจ๊อยไปเลย
ระหว่างทาง เรานั่งฟัง MP3 สลับกับหลับๆตื่นๆไปเรื่อยๆ คุณเอนกก็แวะจอดพักตามปั๊มน้ำมันเป็นระยะๆ จนในที่สุดเราก็เดินทางถึงตัวเมืองขอนแก่นตอนประมาณ 7.30 น.
เราแวะไปรับรินรินที่สถานีขนส่งปรับอากาศก่อนมุ่งไปยังที่หมายของพวกเรา นั่นคือโรงแรมโซฟิเทล ราชา ออร์คิด เราเข้าไปแล้วเกิดอาการตะลึง อึ้ง ช็อค โรงแรมหรูเริ่ดอลังการจอร์จ!! =[]=
นี่คือตัวอย่างความหรูบริเวณล็อบบี้ของโรงแรมค่ะ

มีลิฟต์แก้วด้วย

ที่นั่งบริเวณล็อบบี้ค่ะ นี่ถ่ายมาแค่มุมเดียวเองนะ จริงๆแล้วกว้างมาก
หลังจากนั้นไม่นาน เกลกับคุณพ่อคุณแม่ก็มาถึง พวกเราก็เช็คอินแล้วขนของขึ้นห้องพักกัน พวกเราพักที่ชั้น 11 ค่ะ เรากับท่านแม่อยู่ห้อง 1110 แต่เราไม่ค่อยได้อยู่ห้องตัวเองหรอก ส่วนใหญ่จะไปขลุกอยู่ห้อง 1106 ที่เกลกับรินรินอยู่มากกว่า
พวกเรา 3 ชีวิตช่วยกัน(รื้อค้น)สำรวจทุกซอกทุกมุมของห้องพัก ได้เจออะไรตื่นตาตื่นใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไอเท็ม "กล่องส้ม" ที่ทำเอาพวกเราช็อคค้างไปตามๆกัน หรือ "ทางเข้าดันเจี้ยนลับ" ในตู้เสื้อผ้า (ถ้าอยากรู้ว่าคืออะไร ไปหาคำอธิบายเพิ่มเติมได้ในบล็อกเกล)
รินรินเอา PS2 มาต่อกับทีวีในห้องพักเลย แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ทำก็หนีไม่พ้น "โดดเหว" ค่ะ นั่งเล่นกันตรงปลายเตียงนั่นแหละ แต่แอบลำบากเล็กน้อยเนื่องจากมันมีช่องว่างตรงกลางระหว่างเตียงสองเตียง พอดีเราเหลือบไปเห็นที่วางขาของเก้าอี้นวมตรงมุมห้อง ดูแล้วน่าจะเวิร์ค เราเลยไปยกมันมาวางเชื่อมระหว่างสองเตียงซะ แล้วเรียกมันว่า "สะพานโรเทลโร่" (แต่รินรินเรียกการกระทำของเราว่า "ทอดสะพานรัก" ซะงั้นอ่ะ...) คนเล่นเกมก็เลยสบายเพราะมีที่นั่งเพิ่มขึ้น แต่จะมีใครรู้มั้ยนะ...ว่าจุดประสงค์แท้จริงที่เราสร้างสะพานขึ้นมาน่ะ....เพื่อเอาไว้ใช้กลิ้งข้ามเตียงต่างหาก!
ผลัดกันเล่นเหวไปได้สักพัก เราก็เริ่มโดนความง่วงเข้าครอบงำ ก็เลยขออาศัยงีบอยู่ในห้องของสองคนนั้นนั่นแหละ ส่วนรินรินกับเกลก็ยังนั่งโจ้เกมกันต่อไป (รู้สึกตอนหลังจะเปลี่ยนเป็นเกมวัลคีรี่โปรไฟล์)
เรางีบหลับไปได้สักพักนึงก็ตื่น เอ...ชั้นจำได้ว่าตอนก่อนจะหลับไป ชั้นเห็นเกลนั่งอยู่ตรงปลายเตียงที่ชั้นนอนไม่ใช่เหรอ? ทำไมพอตื่นมาแล้วเกลถึงกระเด็นไปอยู่อีกเตียงได้ล่ะ? แล้วเราก็ได้รับคำตอบมาว่าเรานอนดิ้นซะจนเกลต้องอพยพลี้ภัยข้ามสะพานโรเทลโร่ไปอยู่อีกเตียง มิฉะนั้นอาจได้รับดาเมจจากลูกเตะเคะละเมอได้ กร๊ากอับอาย~~ TTwTT
แล้วพวกเราก็ได้ฤกษ์โดดเหวกันอีกรอบ เกลชวนเราเล่นปราบเนบี้จัง เราเลยขอใช้ลูกเจี๊ยบเพราะถนัดสุด พอดีว่าในเซฟของเกล ลูกเจี๊ยบใส่ชุด "วายเสะเว่อร์" อยู่ซะด้วย หุๆ > <
หลังจากนั้นเราก็ขอตัวกลับห้องเพราะยังต้องเย็บแก้ชิ้นส่วนชุดตัวเองอีกมากมาย หลักๆก็คือปลอกแขนกับถุงน่องปลอกขาที่ป้าเย็บมาซะตรงแด่วแอนด์หลวมโพรกซะจนเราใส่ไม่ได้ ยิ่งปลอกขานี่ใส่แล้วหลุดร่วงลงไปกองตรงข้อเท้าทันที เราเห็นแล้วโคตรเคืองอ่ะ ทั้งที่ป้าก็วัดแขนวัดขาเราไปเรียบร้อยแล้ว ยังอุตส่าห์เย็บมาเป็นทรงกระบอกหลวมโพรกแบบนี้อีก คิดว่าแขนขาอันสเลนเดอร์ของชั้นเป็นท่อนซุงรึยังไงมิทราบ... -"-
ว่าแล้วเราก็นั่งเย็บอยู่ตรงโต๊ะทำงานข้างหน้าต่างในห้องพัก ยังดีที่ได้แสงสว่างจากหน้าต่างช่วย ไม่งั้นตาเราคงหวิดบอดไปแล้ว เพราะในห้องพักมีแต่ไฟสีเหลืองๆสลัวๆ - -"
นั่งเย็บไปจนเกือบเสร็จ อาการง่วงเพลียก็เข้าครอบงำเราอีกครั้ง เราเลยนอนพักงีบอีกรอบ นี่เป็นครั้งเดียวที่เราได้นอนเตียงตัวเองเลยนะเนี่ย แถมนอนโดยไม่เปิดผ้าคลุมเตียงด้วย เตียงไม่มียับเลยสักนิด เพราะฉะนั้นสภาพเตียงเราตั้งแต่ตอนมาถึงกับตอนก่อนกลับก็ยังคงอยู่สภาพเดิมนั่นแหละ (<< นอนได้ไม่คุ้มค่าห้องเอาซะเลยนะแก...)
หลับไปราวๆสองชั่วโมงได้ ตื่นตอนประมาณ 6 โมงเย็น ว่าแล้วเราก็ไปนั่งเย็บออพชั่นต่อ ระหว่างนั้นเกลโทรมาชวนออกไปกินข้าวด้วยกัน แต่เราไม่หิว+กลัวออพชั่นไม่เสร็จมากกว่า เลยไม่ได้ออกไปด้วย
พอพวกเกลกลับมา แม่กับพ่อเราก็ออกไปเดินตลาดโต้รุ่ง ระหว่างนั้นเราก็เลยขนออพชั่นไปนั่งทำต่อในห้อง 1106 เกลกับรินรินเริ่มไพรเวทคอสเล่นรั่วกัน แต่ตอนนั้นเราไม่มีอารมณ์จะไปเล่นด้วยเพราะเราปวดหัวมาก+รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ ก็เลยได้แต่ทำออพชั่นสลับกับพักเป็นระยะๆ มารู้ทีหลังว่าสาเหตุของอาการปวดหัวคือเพราะแว่นเบี้ยวแล้วดันทุรังใช้สายตามากเกินไป = ="
ขอสารภาพเลยว่าช่วงนั้นเบลอมาก จำไม่ค่อยได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นมั่ง รู้แค่ว่าเกลกับรินรินไพรเวทคอสรั่วกระจาย(+วายกระเจิง)กันแล้วพยายามถ่ายรูปกันเอง จึงเป็นที่มาของคำว่า "เคะอายวิว" และ "เสะอายวิว" (ใครอยากรู้ กรุณาถามหลังไมค์เอาเอง)
หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าจะมีเปิดเหวเล่นกันมั้ง ไอ้เราก็ช่วยไซโคความบ้าคู่หน้าเหมือนด้วยการเอาโน้ตบุ๊คมาเปิดดิจิม่อนฟรอนเทียร์ตอนเนื้อเรื่องของโคจิกับโคอิจิพอดี (เหอๆ) จนถึงตอนประมาณเกือบตี 3 ก็เริ่มแยกย้ายกันไปอาบน้ำ เราไปอาบน้ำที่ห้องตัวเองแล้วก็กลับมาใหม่ เกลเข้านอนแล้ว ส่วนรินรินยังอุตส่าห์ถ่างตาอยู่เล่นเหวต่อจนถึงหอคอยเร็มให้เรากรี๊ดแตกเล่นก่อนนอน ได้เข้านอนกันจริงๆตอนตี 4 ครึ่ง เราไม่กลับห้องแล้วเพราะไม่อยากรบกวนท่านแม่ ก็เลยขออาศัยนอนเตียงเดียวกะรินรินนั่นแหละ (ขอบอกว่าเตียงเดี่ยวที่นี่กว้างมาก ขนาดเป็นเตียงสำหรับคนเดียวยังนอนสองคนได้สบาย) แต่ด้วยความที่เรานอนดิ้นรุนแรง และรินรินก็บ้าจี้ขั้นรุนแรง พวกเราเลยต้องเซฟตัวเองด้วยการนอนคนละชั้นกันค่ะ คือเรานอนใต้ผ้าห่ม ส่วนรินรินนอนบนผ้าห่มแล้วเอาผ้าคลุมเตียงมาห่มอีกที ^ ^"
นอนไปได้แค่ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ต้องตื่นซะแล้ว พวกเราแยกย้ายกันไปแต่งตัวแล้วลงไปกินมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม ห้องอาหารนี่ก็หรูจอร์จไม่แพ้ส่วนอื่นๆของโรงแรมเลย อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ให้เลือกตักเองตามใจชอบ ขอบอกว่าอาหารน่ากินทั้งนั้นเลยเพคะ! อร่อยด้วย แต่เราไม่กล้ากินมากเนื่องจากเกรงใจชุด+ยังไม่อยากโดนข้อหาท้องก่อนแต่ง กร๊าก~ TTwTT (เป็นธรรมชาติของเราเองด้วยแหละที่ก่อนคอสจะกินอะไรไม่ค่อยลง)
พวกเรารีบกลับขึ้นไปแต่งตัวที่ห้อง เกลกับรินรินสลับชุดกันใส่อีกแล้ว สมเป็นริบะเรนเจอร์ที่ตัดชุดมาเพื่อแลกกันใส่จริงๆ ส่วนเราเรอะ? ต้องใช้เวลาแต่งตัวนานกว่าที่คิด เหตุเพราะป้าทำพิษอีกเช่นเคย ป้าแกเล่นเย็บชิ้นส่วนพวกปลอกต้นแขน ปลอกต้นขา แล้วก็เกราะบ่ามาให้แบบไม่มีตะขอหรืออะไรให้ติดเลย มาเป็นแผ่นๆแบบต้องให้คนใส่มาติดเข็มกลัดเอาเองหมด แถมทั้งหมดนี้ยังเป็นชิ้นส่วนที่เย็บใส่ผ้าเคมีชนิดโคตรหนาแอนด์แข็ง กว่าเราจะติดเข็มกลัดเสร็จนี่ก็มือแทบแหก เล่นเอานิ้วระบมจนชาไปเลย (วันนั้นถ้าใครสังเกตดีๆจะเห็นเราใช้มือซ้ายเขียนเกือบทุกอย่างแม้กระทั่งเซ็นชื่อบนบอร์ดหน้างาน เพราะนิ้วมือข้างขวาเกือบไร้ความรู้สึกไปแล้ว = =" )
พวกเราแต่งตัวเสร็จตอนประมาณเกือบเที่ยง ก็ลงลิฟต์แล้วเดินไปที่ห้องจัดงานทั้งอย่างนั้นแหละ เหอๆ
หลังจากจ่ายเงินค่าเข้างาน พวกเราก็เข้าไปเดินทัวร์ภายในงานซะ 1 รอบ ก่อนจะกระเด็นออกมาอยู่ข้างนอกเนื่องจากข้างในคนแน่นพอสมควรเลยทีเดียว สักพักสต๊าฟก็ประกาศเรียกรวมพลคนคอสทั้งหมดไปถ่ายรูปรวมกันบนเวที จากนั้นก็เริ่มการประกวดคอสเพลย์ พวกเราไม่ได้ประกวด ก็เลยยืนดูอยู่ข้างๆเวที แต่ยืนดูอยู่ได้สักพักนึงก็เริ่มรู้สึกร้อน+อึดอัดจนต้องกระเด็นหนีออกไปนอกงานอีกแล้ว
สำหรับชุดเราคราวนี้ เราทำใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามันต้องโคตรอภิมหาประลัยร้อนแน่ๆ ตอนลองใส่ที่บ้านก็รู้สึกว่าร้อนมากๆ (แน่ล่ะ...ก็สีดำตั้ง 3 ชั้น แถมปิดมิดชิดทั้งตัวอีกต่างหาก) ตอนอยู่ในงานช่วงแรกๆก็รู้สึกว่าร้อนนะ แต่...ไหงอยู่ไปสักพักแล้วชั้นหนาวได้อ้ะ?! =[]=
ตอนเราหันไปบอกรินรินกับเกลว่าเราหนาว สองคนนั้นทำหน้าเหวออย่างกับโดนผีหลอกแน่ะ แต่เราหนาวจริงๆนะ หนาวจนปากซีดเลย (ใครไม่เชื่อลองไปสังเกตรูปเราในกล้องเกลได้) ไม่รู้ว่าเพราะแอร์โรงแรมดีจัดหรือเพราะว่าเราเริ่มเป็นไข้แล้วกันแน่ ^ ^"
พวกเราถ่ายรูปเล่นกันอยู่ข้างนอก มีแวะเวียนไปคุยและถ่ายรูปกับบรรดาน้องๆสต๊าฟผู้น่ารักบ้างเป็นครั้งคราว บางทีก็แอบแว่บเข้าไปสังเกตการณ์ในงานว่ามีกิจกรรมอะไรอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดพวกเราก็มาลงเอยอยู่ที่หน้าบอร์ดเซ็นชื่อหน้างาน เนื่องจากรินรินได้ผันตัวเองเป็นจิตรกรแห่งมัลคูธไปแล้ว เรากับเกลเลยกลายเป็นผู้เฝ้าชื่นชมงานศิลปะของรินรินไปเลย ตอนนั้นงานใกล้จะเลิกแล้วด้วย พวกเราเลยไม่ได้กลับเข้าไปข้างในอีก
ดูเหมือนรินรินมาอยู่ที่ขอนแก่นแล้วจะมีแฟนคลับนะเคอะ เพราะพอรินรินวาดไปได้สักพัก ก็มีน้องสต๊าฟรีเควสต์มาว่า "ขอพี่รินโชว์ฝีมือคนเดียวเต็มๆ 1 หน้ากระดาษค่ะ" และด้วยสปิริตคนของประชาชน...รินรินก็สนองให้อย่างเต็มใจ (ที่จริงอยากวาดอยู่แล้วสินะ) ด้วยการวาดเหวเต็มทั้งหน้ากระดาษค่ะ! โฮก~~!!
หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงเวลาเลิกงาน พวกเราได้ถ่ายรูปกับบรรดาสต๊าฟผู้น่ารักทั้งหลายกันอยู่สักพัก ก่อนจะกลับขึ้นไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพักแล้วเตรียมตัวเดินทางกลับ
งานคราวนี้ก็บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองเช่นเคยนะคะ ขอขอบคุณผู้จัดงานที่จัดงานดีๆแบบนี้ขึ้นมา ปีหน้าจะพยายามไปอีกให้ได้เลยจ้ะ > <
.
.
.
ต่อไปเป็นการแปะรูปที่คัดมาได้เพียงน้อยนิด...
เริ่มจากรูปรวมคอสเพลย์ในงานก็แล้วกัน


ตามด้วยรูปพวกเรา

ริบะเรนเจอร์ที่สลับชุดกันใส่เป็นประจำ

เอ่อ...นี่ใครก็ไม่รู้ค่ะ -///-
ข้ามไปช่วงงานเลิกเลยก็แล้วกัน

รวมสต๊าฟผู้น่ารักทั้งหลาย ^ ^

ว่าแล้วเราก็ขอเข้าไปถ่ายรูปกับบรรดาน้องๆสต๊าฟ
ขอลงรูปแค่ไม่มากนะคะ เพราะช็อตส่วนใหญ่ก็จะซ้ำกับกล้องเกลนั่นแหละ (แถมกล้องเราภาพมืด+แฟลชหลอนเยอะกว่าด้วย TTwTT )
ใครอยากอ่านรีพอร์ตของฝั่งเกลและดูรูปเพิ่มเติม เชิญได้ที่ บล็อกเกล นะคะ
.
.
.
แถมท้ายด้วยรูปที่ถ่ายบนห้องพักก่อนเปลี่ยนชุดกลับ
ไหนๆก็อุตส่าห์ปักลายเสื้อตัวในมาด้วยแล้ว...ขอโชว์หน่อยเหอะ! >"<

)







