ขออภัยที่ดองบล็อกไปซะหลายวันนะคะ เพราะเราเพิ่งจะผ่านพ้นนรกข้อสอบปรัชญาจีนไปเมื่อวานนี้เองค่ะ ว่าแล้วก็รีบมาอัพเล่าเกี่ยวกับการแสดงครั้งล่าสุดของพวกเราดีกว่า
การแสดงของพวกเราชุดนี้เป็นการเอาหลายๆเรื่องมายำรวมกันภายใต้ Theme เดียวกันคือ "สรวงสวรรค์ในตำนาน"
ที่มาน่ะเหรอ? ตั้งแต่ตอนที่พวกเรายังไม่รู้ว่าจะได้รับเชิญให้ไปขึ้นแสดง พวกเราก็มีโปรเจ็คจะคอสกันอยู่แล้ว ซึ่งโปรเจ็คกลุ่มใหญ่สุดก็คือคอส Princess-Princess
ตอนแรกที่เริ่มจะคอส Princess-Princess กัน เพิ่งมีแค่เรา เนเนะ แล้วก็น้องนัทเท่านั้นเอง (ก็ไอ้ทีมที่เนียนคอสชุดนักเรียนชายในงานไมนิจิเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั่นแหละ) หลังจากงานนั้น พวกเราก็เริ่มคิดอยากจะหาคนคอสเวอร์ชั่นชุดเจ้าหญิงมาคู่กัน ก็เลยเกิดปฏิบัติการ "ตามหาคู่แฝดในสภาถั่วฯ" ขึ้น
ปฏิบัติการตามหาคู่แฝดในสภานี่เป็นอะไรที่มันส์มาก เกณฑ์ที่ใช้ในการหาคู่แฝดน่ะเรอะ? ง่ายมาก... ก็แค่หาคนในสภาที่มี ความสูง ใกล้เคียงกันมาน่ะสิ! (/me โดนเหล่าเด็กถั่ว 15x ในสภารุมกระทืบ
)
และจากปฏิบัติการนี้ ก็ทำให้เราได้รู้ว่า...เรามีแฝดอยู่ในสภาจริงๆค่ะ! นั่นก็คือ...ต่าย Oden ถั่วหมายเลข 07 ของสภานั่นเอง ไม่เชื่อก็ดูซะ

(รูปจากกล้องน้อง Hamano ค่ะ ขอบคุณที่เอื้อเฟื้อรูป)
เป็นแฝดฟ้าประทานจริงๆนะ ใส่ชุดเราได้พอดีเป๊ะทุกอย่าง ทั้งชุดกระโปรง เสื้อ กางเกง รองเท้า หรือแม้กระทั่งออโต้เมล o[]o!!
ส่วนเนเนะก็ไปลากโคจี้มาเป็นแฝด โดยใช้วิธีหลอกล่อมาด้วย "โดร้อยเอ็ด 1 เล่ม" ซึ่งก็สำเร็จซะด้วยสิ ^ ^"

"เพื่อร้อยเอ็ด...โคจี้ทำได้!"
เหลือแต่นัทที่ยังหาคู่แฝดไม่ได้ ตอนแรกกะจะไปชวนโชเร็น แต่พอดีช่วงนั้นโชเร็นเพิ่งเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ทำให้พวกเราติดต่อไม่ได้ ในที่สุดนัทก็เลยต้องไปหาแฝดนอกสภา และก็ได้ น้องอิ๋ว เพื่อนที่โรงเรียนของนัทมาคอสให้
สำหรับท่านประธานอาริซาดะน่ะเหรอ? พวกเราก็ไปฉุดกระชากลากพี่โฮะมาคอสน่ะสิ ด้วยเหตุผลที่ว่า ประธานต้องสูงกว่าพวกปริ๊นเซส และพี่โฮะก็มาดให้สุดๆ -_,-+
พวกเราตั้งใจว่าจะเอาโปรเจ็คคอส Princess-Princess ลงงาน Ota Ota Suki in Bangkok นั่นแหละ ส่วนคนอื่นๆตอนนั้นส่วนใหญ่ยังไม่ได้คิดว่าจะคอสอะไร
จนกระทั่งคืนวันที่ 6 กรกฎาคม พวกเราได้รับการติดต่อจากพี่ Ramiel ซึ่งเป็นผู้ประสานงานและสต๊าฟคนหนึ่งของงาน Ota Ota Suki in Bangkokว่าอยากให้สภาถั่วฯขึ้นแสดงในงาน
คืนนั้นเรารีบทำการประชุมสภาทาง MSN อย่างด่วน บังเอิญว่าคืนนั้นน้องๆในสภาOnline กันอยู่เยอะซะด้วย ระหว่างนั้นเราก็โทรพ่วงสายคุยกับท่านนายกฯและเลขาฯไปด้วย ก็สรุปได้คำตอบออกมาว่า พวกเรายินดีรับเชิญค่ะ เราก็ให้คำตอบกับพี่ Ramiel ไป
หลังจากนั้น เราก็เริ่มคิดเตรียมการแสดงมาเรื่อยๆ สิ่งแรกที่คิดได้ก็คือคอนเสิร์ต Princess นี่แหละ เพราะไหนๆก็คอสกันอยู่แล้ว ส่วนการแสดงฉากย่อยอื่นๆก็กะว่าจะอิงตามตัวคอสที่คนในสภาจะคอสกันในงานนี้ หรือไม่ก็ใช้ชุดที่มีอยู่แล้ว
วันหนึ่ง โยบอกว่าอยากคอสหลิน แล้วก็ฝากเราไปตัดชุด พอเนเนะรู้เข้าก็กรี๊ดกร๊าดน่ะสิ เพราะเนเนะมีชุดเหม่ยจางอยู่แล้ว ก็เลยกะจะเอาชุดไปเปลี่ยนคอสเล่นด้วยกันในงาน
พอเรารู้ว่าจะมีคนคอสหลิน แถมยังจะมีเหม่ยจาง(+น้องเสี่ยวเหมย)อีก เพลง "หมีแพนด้า" ก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที นี่คือที่มาของ "ระบำแพนด้า" ซึ่งเป็นฉากแรกของการแสดงนะคะ และยังเป็นการฟันธงด้วยว่า การแสดงคราวนี้ต้องมีการเปลี่ยนชุดระหว่างฉากแน่ๆ
ส่วนฉาก 3 ที่เป็นการเต้น Cover ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่าจะให้เป็นการเต้น Cover หรอก เรากะจะให้เป็นการเดินแฟชั่นโชว์ชุดนักเรียน Originalมากกว่า (จะได้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของงาน) แต่เท่าที่ดูจากเวลาที่เหลืออยู่แล้ว ตัดชุดไม่ทันชัวร์ๆ พอดีว่าพี่โฮะกับพี่พัฟตั้งใจจะทำชุดเครื่องแบบ Cover ของสภากันอยู่แล้ว เราก็เลยเปลี่ยนฉากนี้เป็นการเต้น Cover ซะเลย แล้วพอติดต่อโชเร็นได้ เราก็เลยให้โชเร็นมาอยู่ในฉากนี้อีกคน
มาถึงฉากที่ 4 ด้วยความที่เรามีชุดคอสเรื่องฟาฟเนอร์อยู่แล้ว พอดีตอนนั้นได้ข่าวงาน INNOVA MANGA AND ANIME FEST ที่จัดตลอดทั้งเดือนสิงหาคมที่ตึก The Style by TOYOTA สยามสแควร์ ในงานนี้มีการประกวดร้องคาราโอเกะเพลงอนิเมของ TIGA ด้วย แล้วเพลงที่มีให้เลือกก็บังเอิญมีเพลง Shangri-La ซึ่งเรากำลังอยากร้องอยู่พอดีเราเลยได้ไอเดียการแสดงมาอีกฉากนึง แต่ไอ้ครั้นจะใส่ชุดคอสขึ้นไปยืนร้องคนเดียวเดี่ยวๆมันก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย เราเลยให้เนเนะไปฝึกโบกผ้าแดงเป็นลีลาประกอบระหว่างการร้องเพลง แล้วเราก็ได้มาแต่งเนื้อเพลงบางท่อนเป็นภาษาไทยเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ในภายหลัง (<< ได้ข่าวว่ามันคือมุขเก่าที่เคยใช้กับเพลง Moments ในงาน Alchemist Reunion
)
แต่เราก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าจะเอาฉากทั้งหมดที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยมาร้อยเรียงเป็นการแสดงชุดเดียวกันได้ยังไง...
จนกระทั่งเวลาประมาณตี 1 ของวันที่ 16 กรกฎาคม คืนนั้นเรานั่งคุย MSN อยู่จนดึก โดยเปิดเพลงฟังไปด้วย ก็เปลี่ยนเพลงไปเรื่อยๆตามแต่อารมณ์ล่ะนะ แต่แล้ว...อยู่ดีๆเราก็สุ่มเลือกเพลง Link ขึ้นมาต่อจากเพลง Shangri-La และทันใดนั้น...ไอเดียเราก็บังเกิด...
Shangri-La แปลว่า สรวงสวรรค์
Shamballa (ภาษาทิเบต) ก็มีความหมายเดียวกัน คือแปลว่า แดนสวรรค์ในตำนาน
ในที่สุดเราก็คิดออกว่าจะหาจุดเชื่อมโยงการแสดงแต่ละฉากเข้าด้วยกันได้ยังไง!
จุดร่วมของการแสดงชุดนี้คือ "สรวงสวรรค์ในตำนาน" เราเลือกให้หลินเป็นตัวดำเนินเรื่อง เพราะถ้าอ่าน Comic จะเห็นว่าหลินกำลังตามหา "ความไม่แก่ไม่ตาย" หรือความเป็นอมตะนั่นเอง เราก็จับเอามาโยงกับ "สรวงสวรรค์ในตำนาน" ซะ เพราะในบางตำนานก็มีกล่าวถึงโลกหรือดินแดนในอุดมคติที่ผู้คนมีชีวิตเป็นอมตะเหมือนกัน
เราเลยกำหนดให้ "ระบำแพนด้า" เป็นฉากแรก เพื่อใช้เปิดตัวหลินซึ่งเป็นตัวดำเนินเรื่อง จากนั้นก็ตั้งคำนิยามที่เกี่ยวข้องกับ "สวรรค์" ให้แต่ละฉาก
เราตัดสินใจเลือกเพลง Lost Heaven กับ Link มาใช้ในฉากสุดท้าย และก็แน่นอนว่าต้องมีคนคอส Fullmetal Alchemist ภาคมูฟวี่ พอดีต่ายเคยบอกว่าอยากคอสถั่วมูฟวี่อีกเพราะตัดชุดมาเพิ่งเคยได้ใส่แค่ครั้งเดียว เราก็เลยให้ต่ายเปลี่ยนชุดเป็นถั่วมูฟวี่ในฉากสุดท้ายซะ
ภาพที่เราคิดเอาไว้สำหรับฉากนี้คือ พี่น้อง 2 คู่ ที่ถึงแม้ว่าจะมาจากต่างเรื่องกัน แต่ทุกคนต่างก็มี "สรวงสวรรค์" ที่ตัวเองต้องปกป้องเหมือนกัน และทั้งหมดก็จะนำไปสู่บทสรุปของ "การตามหาสรวงสวรรค์ในตำนาน"

"มหกรรมยำพี่น้อง ปกป้องแดนสวรรค์" (รูปเดียวกับใน Entry ที่แล้วนั่นแหละ)
หลังจากวางพล็อตได้ เราก็ทำการจัดเรียงฉากเขียนบท แล้วก็ปรับแก้ไปเรื่อยๆจนลงตัว และในที่สุดการแสดงชุดนี้ก็ออกมาอย่างที่เห็นนั่นแหละค่ะ ^ ^
เราอัพรูปการแสดงบางส่วนไว้ที่ Blog ที่ทำการสภาถั่วฯ แล้วนะคะ สามารถเข้าไปดูได้ค่ะ
ต่อไปนี้เป็นโซนเก็บตกความรั่ว...
.
.
.
1. ระบำแพนด้าทำพิษ หลินวิกหลุดกลางเวที
2. เนเนะทำลายสถิติเปลี่ยนชุดไวไม่ถึง 5 นาที
3. โซชิรีบเกินเหตุใส่เสื้อนอกทับผมตัวเอง
4. ถั่วใส่ถุงน่อง+แต่งหน้า (ไม่เชื่อถามต่ายเด้งกับโคจี้สิ)
5. หลินลืมบทควักบทออกมาอ่านกลางเวที
.
.
.
กร๊าก~ พอเหอะ!! 
เสียดายไม่ได้ไปดู ไม่งั้นคงได้ฮาด้วย







