ไหนๆเทอมนี้เราก็มีเรียนวิชาปรัชญาทั่วไปอยู่ ตอนแรกก็ไม่คิดหรอกนะว่าจะเรียนรู้เรื่องหรือเข้าใจอะไรเกี่ยวกับปรัชญาในชีวิตมากนัก แต่พอลองมานั่งคิดดูจริงๆแล้วก็รู้สึกว่าทุกอย่างที่เรียนมามันก็คือเรื่องของ "มนุษย์"ทั้งนั้น สายการเรียนของคณะเราจัดว่าอยู่ในสายมนุษยศาสตร์ซึ่งก็คือศาสตร์ที่มุ่งศึกษาเรื่องราวต่างๆทุกด้านเกี่ยวกับมนุษย์นั่นเอง เพราะงั้นวันนี้เราขอหยิบยกบทเรียนบทนึงมาคุยละกัน
เป็นบทเรียนที่ว่าด้วยเรื่อง "อิสรภาพของมนุษย์"
อ้อใช่...ขอบอกไว้ก่อนนะว่าอิสรภาพที่จะพูดถึงนี้หมายถึงอิสรภาพในเชิงพฤติกรรม (คืออิสรภาพในการเลือกตัดสินใจกระทำสิ่งต่างๆ) ไม่ใช่อิสรภาพในแง่การเมืองการปกครอง
แนวความคิดเกี่ยวกับอิสรภาพของมนุษย์แบ่งเป็น 2 ด้านหลักๆ ได้แก่
1. ลัทธินิยัตินิยม (Determinism) เชื่อว่ามนุษย์ไม่มีอิสรภาพที่แท้จริง การกระทำทุกอย่างของมนุษย์ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากเหตุปัจจัยก่อนหน้า เพราะฉะนั้นหากได้ศึกษาจากเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ก็จะสามารถทำนายการกระทำที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ แนวความคิดนี้เชื่อว่ามนุษย์ไม่จำเป็นจะต้องรับผิดชอบในผลของการกระทำของตน เพราะมนุษย์ "ถูกกำหนด" โดยปัจจัยบางอย่างให้เป็นหรือให้กระทำสิ่งต่างๆ
2. เจตจำนงเสรี(Free Will) เชื่อว่ามนุษย์เป็นอิสระจากเหตุปัจจัยทั้งมวลมีอำนาจที่จะเลือกตัดสินใจกระทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเองและเมื่อเลือกตัดสินใจกระทำสิ่งใดแล้วก็จะต้องรับผิดชอบต่อผลของการเลือกนั้น การตัดสินใจของมนุษย์เป็นสิ่งที่มนุษย์ควบคุมได้และ "เลือกเอง"ได้ ไม่ได้ถูกกำหนดโดยสิ่งใดทั้งสิ้น
(นอกจากนี้แล้วยังมีอีกบางแนวคิดที่อยู่ระหว่าง 2 แนวคิดนี้ด้วย แต่เราจะขอกล่าวถึงแค่เฉพาะ 2 แนวคิดที่ตรงกันข้ามกันอย่างสุดขั้วนี้เท่านั้น)
โดยส่วนตัวแล้ว เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่สมัยที่ยังเด็กหรือยังอ่อนต่อโลกจะมีความคิดค่อนไปทาง Determinism มากกว่า เพราะคนเรามักจะถูกสิ่งรอบข้างหล่อหลอมมาให้เชื่อในเหตุปัจจัยต่างๆโดยไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่างเช่นเรื่องโชคลาง เรื่องดวง หรือแม้แต่เรื่องการทำนายทายทักต่างๆ
เรายอมรับว่าเราเองก็เคยเชื่อในเรื่องพวกนี้นะ
เชื่อจนโง่ เลยด้วย...
แต่มาบัดนี้ เราตาสว่างแล้ว
ชีวิตของคนเรามันไม่มีทางจะถูกกำหนดด้วยของงี่เง่าๆพรรค์นั้นหรอก ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด เดือนเกิด ราศีเกิด ฮวงจุ้ย ตำหนิบนร่างกาย หรือแค่เส้นรอยย่นบนฝ่ามือ
ตัวเราเองต่างหาก...ที่มีอำนาจจะกำหนดชีวิตตัวเองให้ดำเนินไปในทางที่ตัวเราต้องการ
ลองคิดดูง่ายๆนะ...
- วันเกิด เดือนเกิด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มนุษย์กำหนดขึ้นเองไม่ใช่เหรอ? ถ้ามนุษย์ในสมัยอารยธรรมโบราณไม่ได้คิดค้นระบบการนับ วัน เดือน ปี ขึ้นมา เรายังจะรู้ว่าตัวเราเองเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 8 มีนาคมพ.ศ.2529 อีกมั้ย?
- เวลาเกิด มนุษย์ในสมัยอารยธรรมโบราณเป็นผู้สร้างกฎเกณฑ์การนับเวลาขึ้นมา นาฬิกาก็เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แถมเวลาในแต่ละพื้นที่บนโลกก็ไม่เท่ากันอีกต่างหาก แล้วมันจะมามีอิทธิพลต่อชีวิตทั้งชีวิตของคนได้ยังไง? ลองคิดดูสิว่าถ้านับตามเวลามาตรฐานของประเทศไทย เราจะเกิดตอน 9 โมงเช้าของวันเสาร์ที่ 8 มีนาคมพ.ศ.2529 แต่ถ้าหากในวินาทีเดียวกับที่เราเกิดนั้นมีเด็กอีกคนเกิดมาพร้อมกัน แต่ไปเกิดอยู่อีกซีกโลกนึงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเวลาจะช้ากว่าประเทศไทยราวๆ 12 ชั่วโมง ก็จะกลายเป็นว่าเด็กคนนั้นเกิดตอน 3 ทุ่มของวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม ค.ศ.1986 แค่นี้ก็กลายเป็นข้อแตกต่างแล้ว ทั้งที่ความจริงก็เกิดมาพร้อมๆกันนั่นแหละ
- ราศี จริงอยู่ว่าราศีเป็นสิ่งที่ยึดถือกันตามหมู่ดาวใหญ่ทั้ง 12 แต่การที่คนเราจะรู้จักสิ่งที่เรียกว่า "หมู่ดาว" ได้ก็เกิดมาจากความรู้ทางดาราศาสตร์ของมนุษย์เองไม่ใช่เหรอ? และการที่มันเกิดเป็น "หมู่ดาว" รูปต่างๆขึ้นมาได้ก็เพราะจินตนาการของมนุษย์เองอีกเหมือนกัน ดวงดาวแต่ละดวงมันก็ล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอยู่แล้ว อาจจะมีดาวบางพวกที่โคจรใกล้กันและอยู่ในแนวเดียวกันตลอด แต่แค่เพียงเพราะมนุษย์มองดูแล้วเห็นว่าดาวพวกนี้อยู่ด้วยกันตลอด ก็เลยลากเส้นเชื่อมต่อมันซะแล้วก็จินตนาการว่าเห็นเป็นรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแกะ รูปวัว รูปผู้หญิง ฯลฯ ซึ่งเรามองให้ตายก็ไม่เห็นอย่างที่เค้าเห็นเลยซักนิด เพราะเรามองไปตามความเป็นจริงและก็เห็นดวงดาวต่างๆเป็นแค่จุดเล็กๆที่กระจายอยู่ทั่วท้องฟ้าเท่านั้นเอง มันไม่มีทางมากำหนดบุคลิกหรือลักษณะนิสัยของคนได้หรอก จริงอยู่ที่ว่าส่วนใหญ่คนที่เกิดราศีเดียวกันอาจจะมีลักษณะนิสัยอะไรบางอย่างคล้ายกันได้ แต่มันก็ไม่ได้เป็นทุกคนไม่ใช่เหรอไง? ถ้าเรื่องพวกนี้มันกำหนดชีวิตคนได้จริงๆมันก็ต้องถูกต้องแน่นอน 100% สิ จะมีข้อยกเว้นได้ยังไง
- ฮวงจุ้ย เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องนึงที่เราเห็นว่ามันงี่เง่าสุดๆ ไม่ขอพูดอะไรมากก็แล้วกัน แต่ขอยกคำพูดของท่านแม่มาซะหน่อย
"ตึกรามบ้านช่องมันเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาทั้งนั้น มันจะมากำหนดชีวิตคนได้ยังไง? ในเมื่อคนเราเสียเงินสร้างมันขึ้นมาเป็นที่ซุกหัวนอน ขอแค่อยู่ให้มีความสุขก็พอแล้ว"
เราว่าเราเห็นด้วยกับท่านแม่นะ และเราก็เคยเจอประสบการณ์แย่ๆเกี่ยวกับหมอดูฮวงจุ้ยมาแล้วด้วย คือเคยมีหมอดูฮวงจุ้ยคนนึงมาทักว่าบ้านเรามีสิ่งอัปมงคลวิธีแก้ไขคือต้องไปหาต้นว่านอะไรก็ไม่รู้ซักอย่างมาตั้งไว้ในตัวบ้าน ตอนนั้นพ่อกับยายเราก็ลำบากไปหาซื้อไอ้ต้นบ้านี่แทบตาย แพงก็แพง พอได้มาก็เอาใส่กระถางมาตั้งไว้ในตัวบ้านแถวๆข้างตู้ซักผ้า ขอบอกว่าโคตรเกะกะเลย แถมตั้งได้ไม่กี่วันก็เกิดเรื่อง คือเนื่องจากมันวางเกะกะทางเดิน ก็เลยมีคนเดินสะดุดเตะกระถางแตก กระถางบาดขาอีก ซวยหนักกว่าเดิม ="=
- โหงวเฮ้ง มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดูลักษณะดี-ร้ายจากส่วนต่างๆของร่างกายคน ยกตัวอย่างเช่นพวกตำแหน่งไฝ ตำแหน่งขี้แมลงวันเส้นลายมือ เส้นลายเท้า ฯลฯ
ในกรณีนี้ มนุษย์ไม่ได้จุดไฝหรือขีดลากเส้นขึ้นมาเองก็จริง แต่มันก็เป็นเรื่องของธรรมชาติไม่ใช่เหรอ? ขี้แมลงวันเกิดจากการที่เมลานินหรือเม็ดสีใต้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการรวมตัวกันมากผิดปกติจนกลายเป็นจุดสีเข้มและถ้าผิวหนังบริเวณนั้นนูนขึ้นมาก็จะเรียกว่าเป็นไฝ ส่วนเส้นลายมือหรือเส้นลายเท้าก็เป็นเพียงแค่รอยย่นของผิวหนังเท่านั้น เราไม่เชื่อว่าของพวกนี้จะบอกอดีตหรืออนาคตของคนได้
ตอนอยู่ ป.4 เราเคยมีขี้แมลงวันขึ้นมาเม็ดนึงบนฝ่ามือข้างขวา แล้วก็มีใครซักคนทักเราว่า "ตามตำราเขาว่าเอาไว้ ผู้หญิงที่มีขี้แมลงวันหรือไฝอยู่บนฝ่ามือ จะมีดวงอาภัพเรื่องผู้ชาย" ความรู้สึกของเราในตอนนั้นคือเราไม่ชอบคำว่า "อาภัพ" เอาซะเลย มันฟังดูแย่ยังไงไม่รู้ในความคิดของเด็ก ป.4 เราก็เลยเอาดินสอกดหัวเหล็กมาจิ้มมือตัวเองให้ผิวหนังตรงตำแหน่งขี้แมลงวันมันเปิดขึ้นมา ค่อยๆแกะหนังตัวเองออกจนกระทั่งถึงชั้นที่เป็นขี้แมลงวันอยู่ เราจำได้ว่ามันเป็นเหมือนเนื้อเยื่อบางๆชั้นนึงที่เหมือนถูกแต้มหมึกเป็นสีน้ำตาลเข้ม พอเราดูจนแน่ใจว่าขี้แมลงวันเราอยู่ที่เนื้อเยื่อชั้นนี้แล้วแน่ๆเราก็เลยตัดสินใจเอาเล็บจิกมันขึ้นมาแล้วฉีกมันออกไปให้พ้นๆจากมือเราซะ เป็นอันว่าเรียบร้อย เลือดออกนิดเดียวเอง น้อยกว่ายุงกัดอีก (ตอนนั้นเราเรียกการกระทำนี้ด้วยความภูมิใจว่า "การผ่าตัดตัวเอง") แต่หลังจากแผลหายไม่นาน เราก็มีขี้แมลงวันขึ้นมาบนฝ่ามืออีก ขึ้นมาตรงตำแหน่งเดิมเลย ในความคิดเราตอนนั้นคือ "อ๋อ...นี่มึงจะเอากะกูใช่มั้ย? ยังไงก็จะให้กูอาภัพให้ได้เลยใช่มั้ย? กูไม่ยอมหรอก!!" ว่าแล้วเราก็หยิบดินสอกดขึ้นมาทำการ "ผ่าตัดตัวเอง" อีกครั้ง
หลังจากที่เราพยายามเอามันออกไปถึงสองครั้งสองครา มันก็ไม่ขึ้นมาอีกเลย...
แล้วเป็นไงล่ะ? ปัจจุบันนี้เราอาภัพเรื่องผู้ชายมั้ย?
ก็เราเป็นเลสเบี้ยน ไม่สนผู้ชายอยู่แล้วอ่ะ
และในเมื่อเราไม่สนผู้ชายอยู่แล้ว ก็ไม่ถือว่าอาภัพน่ะสิ จริงมะ?
เห็นแล้วใช่มั้ย...ว่าคนเราเอาชนะดวงได้ด้วยความตั้งใจจริงของตัวเอง
หมอดูคู่หมอเดา ต่อให้ใครที่ว่าดูแม่นนักแม่นหนา ลองดูซิว่ามันจะมีใครบ้างมั้ยที่เห็นและบอกเล่าอดีตของตัวเราได้ถูกต้องแม่นยำทุกอย่างเหมือนที่ตัวเราประสบพบเจอมาเอง? และจะมีใครบ้างมั้ยที่สามารถทำนายอนาคตของได้แม่นยำ 100% โดยไม่มีผิดเพี้ยนเลยแม้แต่รายละเอียดเดียว?
คนแบบนั้นไม่มีอยู่จริงในโลกหรอก ถ้ามีจริงก็คงเป็นเทพสัพพัญญูแล้ว...
การที่คนบางคนสามารถทายนิสัยหรือทายอดีตของคนอื่นได้อย่างค่อนข้างตรง(แต่ก็ไม่ 100%)ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นผู้วิเศษหรือมีญาณหยั่งรู้เหนือมนุษย์แต่อย่างใด การจะเดานิสัยหรืออดีตของคนอื่นน่ะ...เราเชื่อว่าถ้าอาศัยจิตวิทยา+ความช่างสังเกตซักหน่อยก็สามารถเดาได้ไม่ยากหรอก
คนเราทุกคนไม่มีทั้งอดีตและอนาคต เพราะอดีตเป็นเพียงสิ่งที่ผ่านเลยไปแล้วไม่สามารถกลับคืนมาได้อีกไม่ว่าจะเป็นอดีตที่ดีหรือร้าย ส่วนอนาคตก็เป็นเพียงสิ่งที่ไม่มีตัวตนไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็นอย่างไร สิ่งเดียวที่คงอยู่จริงคือ "ปัจจุบัน" เท่านั้น ดังนั้นคนเราควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด และสร้างอนาคตของตัวเองขึ้นมาอย่างที่ตัวเองต้องการด้วยหนึ่งสมองและสองมือของตน อย่ายอมให้สิ่งใดมากำหนดชีวิตของตัวเองได้นอกจากตัวเองเท่านั้น
เราเคยมีความเชื่อแบบผิดๆมาโดยตลอดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ แต่บัดนี้เราคิดได้ด้วย "ปัญญา" ของตัวเองแล้วว่าไม่ควรหลงงมงายกับสิ่งที่หาความแน่นอนไม่ได้อีกต่อไป
จากเท่าที่ได้อ่านมา รวมทั้งจากเพลงที่ได้ยินอยู่นี้ ทุกคนคงรู้แล้วสินะว่าเราเป็นพวกที่เชื่อใน Free Will
แล้วคุณล่ะ?
ระหว่าง Determinism กับFree Will คุณคิดว่าตัวคุณเอง "เชื่อ" แนวคิดไหน?
..............................
เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าทุกคนจะเชื่อแนวคิดไหน แต่เราสามารถบอกได้ ณ ที่นี้และขณะนี้เลยว่า หากคุณรู้แล้วว่าตัวคุณเองเชื่อแนวคิดไหน ก็แสดงว่าคุณเป็นพวกที่เชื่อใน Free Will เพราะคุณได้ "ตัดสินใจ" ที่จะเชื่อด้วยตัวคุณเองแล้ว...
ชีวิตกู กูกำหนดเองโว้ย!!
เพลงวันนี้ : "นี่แหละฉัน"
(เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ปล้นนะยะ)







